อัซฮัรและความร่วมมือของอุมมะฮั์
|

อัล-อิบานะฮ์ ของอัล-อัชอะรีย์ : จากสะลัฟ สู่อัซฮัร และความร่วมมืออุมมะฮ์


الْحَمْدُ لِلَّهِ، وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَىٰ رَسُولِ اللَّهِ، وَعَلَىٰ آلِهِ وَصَحْبِهِ أَجْمَعِينَ، أَمَّا بَعْدُ:

บรรดาการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์
และขอความสันติสุขและความจำเริญจงมีแด่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ
รวมถึงครอบครัวของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮฺของท่านทั้งหลาย.

กับพัฒนาการของอัชอะรีย์จากอดีตถึงปัจจุบัน

บทนำ : ทำไม “อัล-อิบานะฮ์” ถึงสำคัญ

เมื่อพูดถึง “อัชอะรีย์” หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นแนวคิดเดียวกันทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริง อัชอะรีย์มีพัฒนาการตามยุคสมัย และมีความหลากหลายมากครับ

หนังสือ الإبانة عن أصول الديانة (อัล-อิบานะฮ์)
ของอิหม่าม อบูหะซัน อัล-อัชอะรีย์ رحمه الله
ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า

“จุดยืนสุดท้ายของอัล-อัชอะรีย์เอง คืออะไร”

และยังช่วยอธิบายว่า
ทำไมอัชอะรีย์ในยุคหลัง จึงไม่เหมือนอัชอะรีย์ในยุคแรก

“อัล-อิบานะฮ์” คืออะไร

อัล-อิบานะฮ์ เป็นหนังสือช่วงปลายชีวิตของอิหม่ามอบูหะซัน อัล-อัชอะรีย์ (เสียชีวิต ฮ.ศ. 324)

ในหนังสือนี้ ท่านประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า

  • ยืนยันคุณลักษณะของอัลลอฮ์ ตามตัวบท
  • ไม่ตีความเชิงอุปมา (لا تأويل)
  • ไม่ปฏิเสธคุณลักษณะ (لا تعطيل)
  • ไม่เปรียบเทียบกับสิ่งถูกสร้าง (لا تمثيل)

แนวคิดนี้ถูกสรุปสั้น ๆ ว่า

إثبات بلا تمثيل
وتنزيه بلا تعطيل

ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับ สะลัฟยุคต้น และใกล้กับแนวของ
อิหม่ามอะหฺมัด อิบนุ หัมบัล อย่างชัดเจนครับ

พัฒนาการของ “อัชอะรีย์” ตามยุคสมัย

เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เราสามารถแบ่งพัฒนาการของอัชอะรีย์ออกเป็น 5 ระยะหลัก ๆ

🟢 ระยะที่ 1 : อัชอะรีย์ยุคก่อตั้ง

(อัล-อิบานะฮ์ – กลับสู่สุนนะฮ์)

บุคคลหลัก

  • อิหม่ามอบูหะซัน อัล-อัชอะรีย์

ลักษณะเด่น

  • ละทิ้งมุอฺตะซิละฮ์อย่างชัดเจน
  • ยืนยันตัวบท
  • ไม่ใช้กะลาม
  • ใกล้สะลัฟมากที่สุด

📌 นี่คือ “อัชอะรีย์ตามตัวอัล-อัชอะรีย์เอง”

🟡 ระยะที่ 2 : อัชอะรีย์ยุคปกป้องศาสนาด้วยเหตุผล

บุคคลสำคัญ

  • อัล-บากิลลานีย์ القاضي أبو بكر الباقلاني (338 هـ – 403 هـ / 950م – 1013م)
  • อิบนุ ฟูราก أبو بكر بن فُورَك (ت 406هـ)

ลักษณะ

  • ยังยึดตัวบทเป็นหลัก
  • เริ่มใช้กะลาม “อย่างจำกัด”
  • ใช้เพื่อโต้ตอบมุอฺตะซิละฮ์และนักปรัชญา

📌 ระยะนี้ยังไม่ขัดกับอัล-อิบานะฮ์อย่างรุนแรง


🟠 ระยะที่ 3 : อัชอะรีย์เชิงกะลามและปรัชญา

บุคคลหลัก

  • อิหม่ามอัล-ญุวัยนีย์ أبو المعالي عبد الملك بن عبد الله بن يوسف بن محمد الجُوَيْني (419-478هـ / 1028-1085م)
  • อิหม่ามอัล-ฆอซาลีย์ أَبُو حَامِدٍ مُحَمَّدُ بْنُ مُحَمَّدٍ ٱلطُّوسِيُّ ٱلْغَزَالِيُّ (450 هـ505 هـ / 1058م1111م)
  • อิหม่ามอัร-รอซีย์ فخرالدين الرازي 544ه – 606ه- 1150م – 1210م

ลักษณะ

  • กะลามเป็นเครื่องมือหลัก
  • เริ่มตะอ์วีลคุณลักษณะของอัลลอฮ์
  • ให้เหตุผลนำตัวบทในหลายประเด็น

📌 ระยะนี้คือจุดเริ่มของความขัดแย้งทางความคิดอย่างชัดเจน

⚠️ หมายเหตุสำคัญ
อัล-ญุวัยนีย์และอัล-ฆอซาลีย์
👉 ปลายชีวิตเริ่มวิจารณ์กะลาม
แต่อัร-รอซีย์ยังคงอยู่ในกะลามลึก

🔵 ระยะที่ 4 : อัชอะรีย์เชิงตำรา

แนว

ลักษณะ

  • ทำอัชอะรีย์ให้เป็นสูตรการสอน
  • ลดรายละเอียดขัดแย้ง
  • วางกรอบความคิดมาตรฐาน

📌 เป็นรากฐานของหลักสูตรอัล-อัซฮัร


🟣 ระยะที่ 5 : อัชอะรีย์แบบอัซฮัรปัจจุบัน

ลักษณะทั่วไป

  • ใช้อัชอะรีย์เป็นกรอบสถาบัน
  • เน้นเอกภาพอุมมะฮ์
  • ลดการถกเถียงอะกีดะฮ์ในที่สาธารณะ
  • ยอมรับความหลากหลาย:
    • สะลัฟ
    • อัชอะรีย์
    • มาตูรีดีย์

📌 เป็นอัชอะรีย์เชิง “บริหารศาสนา” มากกว่าสนามถกเถียง


วิเคราะห์รายบุคคล : ใครใกล้ “อัล-อิบานะฮ์” มากที่สุด

1️⃣ อิหม่ามอัฏ-เฏาะบะรี

  • นักตัฟซีรและมุหัดดิษ
  • อธิบายคุณลักษณะตามแนวสะลัฟ
  • หลีกเลี่ยงปรัชญา

✅ ใกล้กับอัล-อิบานะฮ์มาก

2️⃣ เชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์

  • แนวสะลัฟชัดเจน
  • ยืนยันคุณลักษณะโดยไม่ตีความ

✅ ใกล้ที่สุดในเชิงเนื้อหา

3️⃣ อิหม่ามอัล-ญุวัยนีย์

  • อัชอะรีย์สายกะลาม
  • ปลายชีวิตถอยจากกะลามบางส่วน

⚠️ ใกล้ปานกลาง

4️⃣ อิหม่ามอัร-รอซีย์

  • นักกะลามเต็มตัว
  • ใช้ตะอ์วีลกว้าง

❌ ไกลจากอัล-อิบานะฮ์

สรุปแบบเข้าใจง่าย

  • ❌ “อัชอะรีย์” ไม่ใช่แนวเดียวกันทั้งหมด
  • ❌ การบอกว่าอัชอะรีย์ไม่ใช่อะฮ์ลุซซุนนะฮ์ ก็ไม่ยุติธรรม
  • ✅ เพราะอัล-อัชอะรีย์เองในอัล-อิบานะฮ์ คือแนวสะลัฟ

📌 ใครที่ยึด “อัล-อิบานะฮ์”
อาจไม่เหมือนอัชอะรีย์สายกะลามยุคหลัง

🧭 ตารางสรุปภาพรวมพัฒนาการอะกีดะฮ์ (สายอัชอะรีย์–อัซฮัร)

มองตาม “ระยะเวลา + ลักษณะการรับมือบริบท” ไม่ใช่ตัดสินถูก–ผิดแบบขาวดำ

ระยะช่วงโดยสรุปลักษณะเด่นความใกล้กับแนวสะลัฟระดับ ⭐
ระยะที่ 1
อัล-อิบานะฮ์
อิหม่ามอัชอะรีย์ช่วงต้นยึดตัวบท (نصوص) เป็นหลัก
แทบไม่ใช้กะลาม
ใกล้สะลัฟมากที่สุด⭐⭐⭐⭐⭐
ระยะที่ 2
ปกป้องซุนนะฮ์
หลังจากนั้นไม่นานใช้กะลาม เท่าที่จำเป็น
เพื่อตอบโต้บิดอะฮ์
ใกล้สะลัฟ แต่เริ่มมีเครื่องมือเพิ่ม⭐⭐⭐⭐
ระยะที่ 3
ปรัชญา–ตะอ์วีลกว้าง
ยุควิชาการเฟื่องฟูอิทธิพลปรัชญากรีกสูง
ตะอ์วีลกว้าง
ห่างจากสะลัฟมาก⭐⭐
ระยะที่ 4
ตำรา–ระบบ
ยุคหลังคัดกรองปรับสมดุล ตัดส่วนสุดโต่ง
ทำเป็นตำรามาตรฐาน
กลับมาสู่ความพอดี⭐⭐⭐
ระยะที่ 5
อัซฮัร
ยุคสถาบันบริหารอุมมะฮ์
เน้นเอกภาพ ฮิกมะฮ์
ไม่สุดโต่ง ไม่ชน⭐⭐⭐

🔍 หมายเหตุสำคัญ (อ่านตรงนี้จะ “ไม่หลงประเด็น”)

  • ตารางนี้ ไม่ใช่การจัดอันดับอีมานของผู้คน
  • แต่เป็นการอธิบาย พัฒนาการทางความคิดตามบริบทประวัติศาสตร์
  • แต่ละระยะมี เหตุผลของยุคสมัย ไม่ใช่เกิดจากความตั้งใจจะ “ออกนอกซุนนะฮ์”

✨ ข้อเตือนใจสำคัญ (สำคัญมาก)

การรู้ลำดับพัฒนาการ มีไว้เพื่อ “เข้าใจ” ไม่ใช่เพื่อ “กล่าวหา”

สิ่งที่อันตรายที่สุดในยุคนี้คือ

  • เอาระยะหนึ่ง ไปฟาดทั้งสำนัก
  • เอาความสุดของบางยุค ไปตัดสินผู้คนทั้งอุมมะฮ์
  • และใช้คำว่า “สะลัฟ” หรือ “อะฮฺลุซซุนนะฮ์” เป็นอาวุธทางอารมณ์

ในขณะที่

  • บรรดาอุลามาอ์ใหญ่ รู้ความต่าง แต่เลือกความร่วม
  • อัซฮัรเลือก บริหารความหลากหลาย มากกว่าการชน
  • สะลัฟแท้จริง สอนให้ รักษาซุนนะฮ์พร้อมรักษาหัวใจมุสลิม

✍️ ความรู้ที่ไม่มีฮิกมะฮ์ อาจถูกต้องทางตำรา
แต่ผิดพลาดในการเยียวยาอุมมะฮ์

والله أعلم بالصواب

📚 ที่มาและแหล่งอ้างอิง

  • الإبانة عن أصول الديانة – أبو الحسن الأشعري
  • تفسير الطبري – محمد بن جرير الطبري
  • تيسير الكريم الرحمن – عبد الرحمن السعدي
  • مقالات الإسلاميين – أبو الحسن الأشعري
  • الإرشاد – الجويني
  • أساس التقديس – الرازي
  • أم البراهين – السنوسي

Similar Posts

ใส่ความเห็น