<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อัลกุรอาน ตัฟซีร &#8211; USL – Ustaz Saman Loh</title>
	<atom:link href="https://samanloh.com/category/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9F%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://samanloh.com</link>
	<description>ข้อคิดอิสลามเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Mar 2026 05:29:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.5</generator>

<image>
	<url>https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/08/cropped-cropped-3271-32x32.jpg</url>
	<title>อัลกุรอาน ตัฟซีร &#8211; USL – Ustaz Saman Loh</title>
	<link>https://samanloh.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมื่อความหิวในโลกนี้ กลายเป็นความสุขนิรันดร์ในอาคิเราะห์</title>
		<link>https://samanloh.com/reward-of-fasting-quran-69-24/</link>
					<comments>https://samanloh.com/reward-of-fasting-quran-69-24/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Mar 2026 05:29:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอาน ตัฟซีร]]></category>
		<category><![CDATA[การถือศีลอด]]></category>
		<category><![CDATA[ตัฟซีรอัลกุรอาน]]></category>
		<category><![CDATA[รอมฎอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=10030</guid>

					<description><![CDATA[<p>อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสในอัลกุรอานไว้ว่า: ﴿ك...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/reward-of-fasting-quran-69-24/">เมื่อความหิวในโลกนี้ กลายเป็นความสุขนิรันดร์ในอาคิเราะห์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อัลลอฮ์<em>ซุบฮานะฮูวะตะอาลา</em>ได้ทรงตรัสในอัลกุรอานไว้ว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿كُلُوا وَاشْرَبُوا هَنِيئًا بِمَا أَسْلَفْتُمْ فِي الْأَيَّامِ الخَالِيَةِ﴾</bdo></strong><br>“พวกเจ้าจงกินและจงดื่มอย่างเป็นสุข<br>ด้วยสิ่งที่พวกเจ้าได้ทำไว้ก่อนแล้วในวันคืนที่ผ่านมา”<br>(อัลฮากเกาะฮ์ 69:24)</p>
</blockquote>



<p>อายะห์นี้เป็นหนึ่งในถ้อยคำที่งดงามที่สุดในอัลกุรอานเกี่ยวกับ <strong>รางวัลของชาวสวรรค์</strong></p>



<p>มันคือช่วงเวลาที่บรรดาผู้ศรัทธาได้ยินเสียงต้อนรับจากอัลลอฮ์<br>หลังจากผ่านการทดสอบของชีวิตในโลกดุนยา</p>



<p>“จงกินเถิด…<br>จงดื่มเถิด…<br>อย่างมีความสุข”</p>



<p>ไม่ใช่เพียงการกินดื่มธรรมดา<br>แต่เป็น <strong>การกินดื่มแห่งเกียรติ การตอบแทน และความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮ์</strong>.</p>



<h2 class="wp-block-heading">ความหมายของ “วันคืนที่ผ่านมา”</h2>



<p>นักตัฟซีรผู้ยิ่งใหญ่<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%94_%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%8C_%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%8C" target="_blank" rel="noopener"> มุญาฮิด อิบน์ ญับร์</a> กล่าวว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“อายะห์นี้ถูกประทานเกี่ยวกับบรรดาผู้ถือศีลอด”</p>
</blockquote>



<p>คำว่า <strong>الأيام الخالية (วันคืนที่ผ่านมา)</strong><br>จึงหมายถึง <strong>วันแห่งการถือศีลอด</strong></p>



<p>วันที่ผู้ศรัทธา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อดอาหาร</li>



<li>อดน้ำ</li>



<li>อดจากความใคร่<br>เพื่ออัลลอฮ์</li>
</ul>



<p>เพียงไม่กี่ชั่วโมงในโลกนี้</p>



<p>แต่วันกิยามะห์<br>พวกเขาจะได้รับคำต้อนรับว่า</p>



<p><strong>“จงกินและดื่มอย่างเป็นสุข”</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">เมื่อนักตัฟซีรพูด เราควรฟัง</h2>



<p>นักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่<br><strong><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Ibn_Taymiyya" target="_blank" rel="noopener">อิบนุ ตัยมิยะฮ์</a></strong> กล่าวไว้ว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“มุญาฮิดนั้นเป็นอิหม่ามของนักตัฟซีร<br>และหากการตัฟซีรมาจากมุญาฮิด ก็เพียงพอสำหรับท่านแล้ว”</p>
</blockquote>



<p>คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า<br>ความเข้าใจของมุญาฮิดต่ออายะห์นี้<br>เป็นคำอธิบายที่มีน้ำหนักอย่างมากในหมู่นักวิชาการ</p>



<p>นั่นหมายความว่า</p>



<p><strong>การถือศีลอดไม่ใช่เพียงการอดอาหาร</strong></p>



<p>แต่มันคือ<br><strong>การลงทุนสำหรับสวรรค์</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">สิ่งที่เราสละวันนี้ จะถูกทดแทนในวันหน้า</h2>



<p>นักวิชาการผู้ลึกซึ้งด้านหัวใจ<br>อิบนุ รอญับ อัล-ฮันบะลี  กล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ผู้ใดละทิ้งอาหาร เครื่องดื่ม และความใคร่<br>เพื่ออัลลอฮ์ในโลกนี้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ<br>อัลลอฮ์จะทรงทดแทนให้เขา<br>ด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีวันหมดสิ้น”</p>
</blockquote>



<p>ลองคิดดูให้ลึก</p>



<p>เราอดอาหารเพียง <strong>ไม่กี่ชั่วโมง</strong></p>



<p>แต่สิ่งที่อัลลอฮ์เตรียมไว้ให้<br>คือ <strong>ความสุขนิรันดร์</strong></p>



<p>เราอดน้ำเพียง <strong>หนึ่งวัน</strong></p>



<p>แต่ในสวรรค์<br>จะมีเครื่องดื่มที่ <strong>ไม่หมด ไม่จาง และไม่เสื่อม</strong></p>



<p>นี่คือการค้าขายกับอัลลอฮ์<br>ที่ <strong>ไม่มีวันขาดทุน</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">บทเรียนสำหรับวง Halaqah Iman</h2>



<p>อายะห์นี้สอนเราหลายอย่าง</p>



<p><strong>1. ความเหนื่อยของอิบาดะฮ์ในโลกนี้ สั้นมาก</strong><br>แต่ผลตอบแทนในอาคิเราะห์ยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด</p>



<p><strong>2. การถือศีลอดไม่ใช่แค่พิธีกรรม</strong><br>แต่มันคือการฝึกหัวใจให้รักอัลลอฮ์มากกว่าความอยากของตัวเอง</p>



<p><strong>3. ทุกสิ่งที่เราสละเพื่ออัลลอฮ์ จะไม่สูญเปล่า</strong></p>



<p>แม้แต่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความหิว</li>



<li>ความกระหาย</li>



<li>ความเหนื่อย</li>
</ul>



<p>อัลลอฮ์ทรงบันทึกไว้ทั้งหมด</p>



<p>และวันหนึ่ง<br>พระองค์จะตรัสกับผู้ศรัทธาว่า</p>



<p><strong>“จงกินและดื่มอย่างเป็นสุข”</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">คำถามสำหรับการพูดคุยใน Halaqah Iman</h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>เรามองการถือศีลอดเป็น “ภาระ” หรือ “การลงทุนเพื่อสวรรค์”?</li>



<li>อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการถือศีลอดของเรา?</li>



<li>เราจะทำอย่างไรให้การถือศีลอดเปลี่ยนหัวใจของเราได้จริง?</li>
</ol>



<p><strong>USL – Ustaz Saman Loh</strong><br>ข้อคิดอิสลามเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น<br><em>samanloh.com</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/reward-of-fasting-quran-69-24/">เมื่อความหิวในโลกนี้ กลายเป็นความสุขนิรันดร์ในอาคิเราะห์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/reward-of-fasting-quran-69-24/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى</title>
		<link>https://samanloh.com/istawa-ala-arsh-sadi-azhar/</link>
					<comments>https://samanloh.com/istawa-ala-arsh-sadi-azhar/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Jan 2026 06:04:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อะกีดะฮ์ / ตัฟซีร]]></category>
		<category><![CDATA[อะฮ์ลุซซุนนะฮ์]]></category>
		<category><![CDATA[อัซ-ซะอ์ดีย์]]></category>
		<category><![CDATA[อัซฮัร]]></category>
		<category><![CDATA[อิสตะวาอ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9858</guid>

					<description><![CDATA[<p>การอธิบายอายะห์นี้ระหว่างแนวเชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/istawa-ala-arsh-sadi-azhar/">الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">การอธิบายอายะห์นี้ระหว่างแนวเชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์ และแนวอัซฮัร</h2>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">บทนำ</h3>



<p><em>بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ</em></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo dir="rtl"><br>الْحَمْدُ لِلَّهِ، وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَىٰ رَسُولِ اللَّهِ، وَعَلَىٰ آلِهِ وَصَحْبِهِ أَجْمَعِينَ، أَمَّا بَعْدُ:</bdo></strong></p>
</blockquote>



<p>บรรดาการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์<br>และขอความสันติสุขและความจำเริญจงมีแด่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ<br>รวมถึงครอบครัวของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮฺของท่านทั้งหลาย.</p>



<p>หนึ่งในอายะห์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในประเด็นอะกีดะฮ์ คือพระดำรัสของอัลลอฮ์:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى ﴾</bdo></p>
</blockquote>



<p>อายะห์นี้เป็นอายะห์คุณลักษณะ (آية صفات) ที่บรรดานักวิชาการอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการยืนยันตัวบท (إثبات) และการปกป้องหัวใจของผู้ศรัทธาจากการจินตนาการหรือการเปรียบเทียบอัลลอฮ์กับสิ่งถูกสร้าง.</p>



<p>บทความนี้มีเป้าหมายเพื่ออธิบายอายะห์ดังกล่าว โดยเชื่อมระหว่างแนวทางของ <strong>เชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์ <strong>รอฮิมะฮุลลอฮฺ</strong></strong> กับแนวทางของนักวิชาการ <strong>อัซฮัร (الأزهري)</strong> เพื่อให้เห็นจุดร่วม ไม่ใช่ความขัดแย้ง.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">1. หลักร่วมของอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ต่ออายะห์นี้</h2>



<p>ไม่ว่าจะเป็นสายสะลัฟหรือสายอัชอะรีย์ในกรอบอัซฮัร ต่างเห็นพ้องในหลักใหญ่ดังต่อไปนี้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อายะห์นี้เป็นสัจธรรมจากอัลลอฮ์</li>



<li>ต้องยืนยันตามที่พระองค์ทรงกล่าว</li>



<li>ห้ามเปรียบเทียบกับสิ่งถูกสร้าง (لا تمثيل)</li>



<li>ห้ามถามถึงวิธีการหรือรูปลักษณ์ (لا تكييف)</li>



<li>ต้องยืนยันควบคู่กับการทำตั๊นซีฮฺ (تنزيه)</li>
</ul>



<p>นี่คือแก่นของอะกีดะฮ์อะฮ์ลุซซุนนะฮ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคสะลัฟ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">2. แนวอธิบายของเชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์ <strong>รอฮิมะฮุลลอฮฺ</strong></h2>



<p>ในหนังสือ <em>تيسير الكريم الرحمن في تفسير كلام المنان</em> เชคอัซ-ซะอ์ดีย์อธิบายอายะห์นี้ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนและรัดกุม โดยย้ำว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>استواء يليق بجلاله وعظمته</p>
</blockquote>



<p>คือการอิสตะวาอ์ที่เหมาะสมกับพระเกียรติ ความยิ่งใหญ่ และความสมบูรณ์แบบของอัลลอฮ์</p>



<h3 class="wp-block-heading">ลักษณะเด่นของแนวอัซ-ซะอ์ดีย์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยืนยันคำว่า <strong>استوى</strong> ตามตัวบท</li>



<li>ไม่ตีความเป็นความหมายเชิงกายภาพ</li>



<li>ไม่ปฏิเสธ และไม่ขยายความเกินกว่าที่ตัวบทกล่าว</li>



<li>ปล่อยความรู้เรื่อง “อย่างไร” ไว้กับอัลลอฮ์</li>
</ul>



<p>แนวทางนี้สะท้อนหลักสะลัฟอย่างชัดเจน คือ <em>إثبات بلا تمثيل وتنزيه بلا تعطيل</em></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">3. แนวอัซฮัรต่ออายะห์ الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى</h2>



<p>ในกรอบของอัซฮัร ซึ่งสืบทอดแนวคิดอัชอะรีย์ในหลายยุค สามารถพบวิธีอธิบายอายะห์นี้ได้ 2 แนวทางหลักที่ยังอยู่ภายใต้กรอบอะฮ์ลุซซุนนะฮ์</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.1 วิธี تفويض (การมอบความหมาย)</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยืนยันว่าอายะห์นี้เป็นสัจธรรม</li>



<li>เชื่อว่าอัลลอฮ์ทรงอิสตะวาอ์เหนืออัล-อัรชฺอย่างสมพระเกียรติ</li>



<li>ไม่ระบุรายละเอียดเชิงความหมาย</li>
</ul>



<p>วิธีนี้เป็นวิธีที่ใกล้กับแนวของเชคอัซ-ซะอ์ดีย์มากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.2 วิธี تأويل إجمالي (การตะอ์วีลเชิงป้องกัน)</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของคนทั่วไป</li>



<li>อธิบายว่า استوى สื่อถึงความสูงส่ง ความครอบงำ และอำนาจ</li>



<li>ไม่ผูกกับสถานที่หรือทิศทางแบบสิ่งถูกสร้าง</li>
</ul>



<p>วิธีนี้เป็นการสอนเชิงป้องกัน ไม่ใช่การปฏิเสธตัวบท</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">4. จุดร่วมระหว่างอัซ-ซะอ์ดีย์กับอัซฮัร</h2>



<p>แม้จะมีวิธีอธิบายที่ต่างกันในรายละเอียด แต่ทั้งสองแนวเห็นตรงกันในประเด็นสำคัญคือ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อัลลอฮ์ไม่เหมือนสิ่งใดในสิ่งถูกสร้าง</li>



<li>การอิสตะวาอ์เป็นคุณลักษณะที่เหมาะสมกับพระองค์</li>



<li>ห้ามจินตนาการรูปร่าง ทิศทาง หรือการสัมผัส</li>
</ul>



<p>ดังนั้น ความแตกต่างจึงเป็นเรื่องของ <em>วิธีอธิบาย</em> ไม่ใช่ <em>แก่นอะกีดะฮ์</em></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">5. เหตุผลที่ใช้คำว่า “ทรงสูงเหนืออัล-อัรชฺ” ในภาษาไทย</h2>



<p>คำว่า <strong>عَلَى</strong> ในภาษาอาหรับมีความหมายกว้าง ครอบคลุมถึง:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความสูงส่ง</li>



<li>การอยู่เหนือ</li>



<li>การครอบงำและอำนาจ</li>
</ul>



<p>การใช้คำว่า <strong>“เหนือ”</strong> ในภาษาไทยจึงมีข้อดีคือ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่สร้างภาพเชิงกายภาพ</li>



<li>ปลอดภัยทางอะกีดะฮ์</li>



<li>สอดคล้องกับแนวตัฟซีรของนักวิชาการ</li>
</ul>



<p>จึงเหมาะสมกว่าคำว่า “บน” ในบริบทของคุณลักษณะของอัลลอฮ์</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">บทสรุป</h2>



<p>อายะห์<bdo lang="arabic" dir="rtl"> ﴿ الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى ﴾</bdo> เป็นอายะห์ที่รวมหลักอะกีดะฮ์สำคัญของอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ไว้อย่างครบถ้วน คือ การยืนยันโดยไม่เปรียบเทียบ และการทำตั๊นซีฮฺโดยไม่ปฏิเสธ.</p>



<p>ไม่ว่าจะอธิบายตามแนวเชคอัซ-ซะอ์ดีย์ หรือในกรอบอัซฮัร เป้าหมายเดียวกันคือ การรักษาเกียรติของอัลลอฮ์ และปกป้องหัวใจของผู้ศรัทธาจากความเข้าใจผิดครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">✦ เขียนโดย: Saman Loh</h3>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/istawa-ala-arsh-sadi-azhar/">الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/istawa-ala-arsh-sadi-azhar/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตัฟซีร ﴾الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى﴿ ตามแนวเชคอัซ-ซะอ์ดีย์</title>
		<link>https://samanloh.com/tafsir-arrahman-alal-arsh-istawa/</link>
					<comments>https://samanloh.com/tafsir-arrahman-alal-arsh-istawa/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 14:36:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอาน ตัฟซีร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9852</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชคอับดุรเราะห์มาน บิน นาศิร บิน อับดิลลาฮฺ อัซ-ซะอ์ดีย...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/tafsir-arrahman-alal-arsh-istawa/">ตัฟซีร ﴾الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى﴿ ตามแนวเชคอัซ-ซะอ์ดีย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">เชคอับดุรเราะห์มาน บิน นาศิร บิน อับดิลลาฮฺ อัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp;</h2>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="has-text-align-right">تفسير السعدي تفسير الصفحة 312 من المصحف</p>



<p class="has-text-align-right"><bdo lang="عربي" dir="rtl">( الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ ) الذي هو أرفع المخلوقات وأعظمها وأوسعها ( اسْتَوَى ) استواء يليق بجلاله ويناسب عظمته وجماله فاستوى على العرش واحتوى على الملك</bdo></p>



<h3 class="wp-block-heading">บทนำ</h3>



<p><em>بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ</em></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo dir="rtl"><br>الْحَمْدُ لِلَّهِ، وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَىٰ رَسُولِ اللَّهِ، وَعَلَىٰ آلِهِ وَصَحْبِهِ أَجْمَعِينَ، أَمَّا بَعْدُ:</bdo></strong></p>
</blockquote>



<p>บรรดาการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์<br>และขอความสันติสุขและความจำเริญจงมีแด่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ<br>รวมถึงครอบครัวของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮฺของท่านทั้งหลาย.</p>



<p>อายะฮฺหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงบ่อย และเป็นประเด็นสำคัญด้านอะกีดะฮฺของอิสลาม คือพระดำรัสของอัลลอฮฺ (ซุบฮานาฮูวาตาอาลา):</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى﴾</bdo></strong></p>
</blockquote>



<p>อายะฮฺนี้ปรากฏในหลายซูเราะฮฺในอัลกุรอาน และบรรดานักวิชาการอะฮ์ลุซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ได้อธิบายความหมายไว้บนแนวทางเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือคำอธิบายของ <strong>เชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp;</strong> ในหนังสือ <em>ตะยซีร อัลกะรีม อัรเราะฮฺมาน ฟี ตัฟซีร กะลามิลมันนาน</em>.</p>



<p>บทความนี้ ผมขอเรียบเรียงตัฟซีรตอนนี้ใหม่ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สุภาพ เป็นกันเอง เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าถึงได้ครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">ความหมายของอายะฮฺตามตัฟซีรเชคอัซ-ซะอ์ดีย์</h3>



<p>เชคอัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp; อธิบายอายะฮฺนี้โดยสรุปว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ﴾</bdo></strong><br>หมายถึง อัลลอฮฺผู้ทรงมีพระนามว่า <em>อัรเราะฮฺมาน</em> ผู้ทรงเมตตาอย่างกว้างขวาง ได้ทรง ‘อิสติวาอ์’ เหนือ <em>อัล-อัรชฺ</em> ซึ่งเป็นสิ่งถูกสร้างที่สูงส่งที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด และกว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาสิ่งถูกสร้างทั้งหมด.</p>
</blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿اسْتَوَى﴾</bdo></strong><br>คือการทรง ‘อิสติวาอ์’ เหนืออัรชฺอย่างสมบูรณ์ ในลักษณะที่เหมาะสมกับพระเกียรติ ความยิ่งใหญ่ และความงดงามของพระองค์ โดยไม่เปรียบเทียบ ไม่อธิบายเชิงรูปร่าง และไม่ปฏิเสธความหมาย.</p>
</blockquote>



<p>เชคอัซ-ซะอ์ดีย์ยืนยันว่า การ <em>อิสติวาอฺ</em> ของอัลลอฮฺ เป็นความจริงที่เรายอมรับตามตัวบท แต่เรา <strong>ไม่เข้าไปจินตนาการถึงลักษณะ (كيف)</strong> และ <strong>ไม่เปรียบอัลลอฮฺกับสิ่งถูกสร้าง</strong> ครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">หลักอะกีดะฮฺที่สำคัญในอายะฮฺนี้</h3>



<p>จากคำอธิบายของเชคอัซ-ซะอ์ดีย์ สามารถสรุปหลักความเชื่อสำคัญได้ดังนี้:</p>



<h4 class="wp-block-heading">1. ยืนยันสิ่งที่อัลลอฮฺทรงยืนยันให้พระองค์</h4>



<p>เราศรัทธาว่า อัลลอฮฺทรง <em>อิสติวาอฺ</em> เหนืออัรชฺจริง ตามที่พระองค์ตรัส โดยไม่บิดเบือนความหมาย และไม่ปฏิเสธตัวบทครับ.</p>



<h4 class="wp-block-heading">2. ปราศจากการเปรียบเทียบ (تنزيه)</h4>



<p>แม้อัลลอฮฺจะทรงอยู่เหนืออัรชฺ แต่การทรงอยู่นั้น <strong>ไม่เหมือนการอยู่ของสิ่งถูกสร้าง</strong> เพราะพระองค์ตรัสว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ﴾</bdo></p>



<p><strong>&#8220;ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์ผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น&#8221;</strong>&nbsp;(ซูเราะฮฺ อัชชูรอ : 11)</p>
</blockquote>



<p>และ<a href="https://ar.wikipedia.org/wiki/%D8%A7%D9%84%D8%B7%D8%AD%D8%A7%D9%88%D9%8A" target="_blank" rel="noopener">อิมามอัต-เฏาะฮาวีย์</a> (เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) กล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl"><a href="https://www.islamweb.net/ar/library/content/106/138/%D9%85%D8%A7-%D9%84%D9%85-%D9%8A%D8%B1%D8%AF-%D9%86%D9%81%D9%8A%D9%87-%D9%88%D9%84%D8%A7-%D8%A5%D8%AB%D8%A8%D8%A7%D8%AA%D9%87-%D9%85%D9%86-%D8%A7%D9%84%D8%B5%D9%81%D8%A7%D8%AA-%D9%84%D8%A7-%D8%AA%D8%B7%D9%84%D9%82-%D8%AD%D8%AA%D9%89-%D9%8A%D9%86%D8%B8%D8%B1-%D9%81%D9%8A-%D9%85%D9%82%D8%B5%D9%88%D8%AF-%D9%82%D8%A7%D8%A6%D9%84%D9%87%D8%A7" target="_blank" rel="noopener">تعالى عن الحدود والغايات والأركان والأعضاء والأدوات</a></bdo></strong><br>พระองค์ทรงสูงส่งพ้นจากขอบเขต จุดหมาย องค์ประกอบ อวัยวะ และเครื่องมือทั้งปวง.</p>
</blockquote>



<h4 class="wp-block-heading">3. รวมระหว่างความสูงส่งและความเมตตา</h4>



<p>อายะฮฺนี้เริ่มต้นด้วยพระนาม <strong>อัรเราะฮฺมาน</strong> เพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้อัลลอฮฺจะทรงสูงส่งเหนือสิ่งถูกสร้างทั้งหมด แต่พระองค์ก็ทรงใกล้ชิดด้วยความเมตตา ทรงดูแล และทรงบริหารสรรพสิ่งทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">จุดยืนของอะฮ์ลุซซุนนะฮฺตามแนวซะลัฟ</h3>



<p>เชคอัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp; เดินตามแนวทางของบรรดาซะลัฟศอลิหฺ คือ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยืนยันความหมายตัวบทโดยไม่บิดเบือน (إثبات بلا تحريف)</li>



<li>ไม่เปรียบเทียบอัลลอฮฺกับสิ่งถูกสร้าง (بلا تمثيل)</li>



<li>ไม่ถามถึงลักษณะ (بلا تكييف)</li>



<li>ไม่ปฏิเสธความหมาย (بلا تعطيل)</li>
</ul>



<p>แนวทางนี้เป็นแนวทางที่ปลอดภัย มั่นคง และสอดคล้องกับกุรอานและซุนนะฮฺ นี่คือแนวทางของ <strong>อะฮ์ลุซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ</strong> ที่เชคอัซ-ซะอ์ดีย์ดำเนินตามครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading"><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ فَاسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ وَاحْتَوَى عَلَى الْمُلْكِ ﴾</bdo></h3>



<p>เมื่ออัลลอฮ์ทรงอิสตะวาอ์เหนืออัล-อัรชฺ<br>นั่นหมายความว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พระองค์ทรง <strong>ครอบครองอำนาจทั้งหมด</strong></li>



<li>การปกครอง การบริหาร และการกำหนดทุกสิ่ง<br>อยู่ภายใต้พระองค์เพียงผู้เดียว</li>
</ul>



<p>ไม่มีสิ่งใดหลุดพ้นจาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อำนาจของอัลลอฮฺ</strong></li>



<li><strong>ความรู้ของอัลลอฮฺ</strong></li>



<li><strong>การกำหนด / การบริหารของอัลลอฮฺ</strong></li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">หลักสำคัญที่เชคอัซ-ซะอ์ดีย์ต้องการสอน</h2>



<p>เชคอัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp;<br>ไม่ได้ต้องการให้ผู้อ่านถกเถียงเชิงปรัชญา<br>แต่ต้องการให้หัวใจของผู้ศรัทธา <strong>ยำเกรง และมอบหมายต่ออัลลอฮ์</strong>.</p>



<p>เพราะเมื่อเราเข้าใจว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อัลลอฮ์สูงส่งเหนือสิ่งถูกสร้างทั้งหมด.</li>



<li>และทรงควบคุมทุกสรรพสิ่ง.</li>
</ul>



<p>หัวใจจะ<br>➡️ ถ่อมตน,<br>➡️ เชื่อมั่น,<br>➡️ วางใจต่อพระองค์อย่างแท้จริงครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทสรุป</h3>



<p>อายะฮฺ <strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى﴾</bdo></strong> เป็นอายะฮฺที่สอนให้เรารู้จักอัลลอฮฺในสองมิติพร้อมกัน คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความยิ่งใหญ่ สูงส่ง และอำนาจสมบูรณ์ของพระองค์.</li>



<li>ความเมตตา การดูแล และการบริหารสรรพสิ่งอย่างเปี่ยมปัญญา.</li>
</ul>



<p>เมื่อผู้ศรัทธาเข้าใจอายะฮฺนี้อย่างถูกต้อง จะยิ่งเพิ่มทั้ง <strong>ความยำเกรง (ตักวา)</strong> และ <strong>ความไว้วางใจ (ตะวักกุล)</strong> ต่ออัลลอฮฺมากยิ่งขึ้น อินชาอัลลอฮฺครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><em>เรียบเรียงจาก: <a href="https://surahquran.com/tafsir-assadi/312.html" target="_blank" rel="noopener">ตะยซีร อัลกะรีม อัรเราะฮฺมาน ฟี ตัฟซีร กะลามิลมันนาน</a></em></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไมคำว่า “عَلَى” จึงแปลว่า “เหนือ” ไม่ใช่ “บน”</h2>



<h2 class="wp-block-heading">วิเคราะห์เชิงตัฟซีรจากอัต-ต็อบะรี และแนวทางเชคอัซ-ซะอ์ดีย์</h2>



<p>หนึ่งในประเด็นที่มักถูกตั้งคำถามอยู่เสมอในการแปลอัลกุรอานเป็นภาษาไทย คือ<br><strong>ควรแปลคำว่า “عَلَى” ว่า “บน” หรือ “เหนือ” โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับ อัลลอฮ์ (ซุบฮานาฮูวาตาอาลา)</strong></p>



<p>บทความนี้จะอธิบายประเด็นดังกล่าว <strong>โดยอิงภาษาอาหรับ ตัฟซีรอัต-ต็อบะรี และแนวทางของเชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp;</strong> พร้อมชี้ให้ชัดว่า<br>👉 <strong>จุดใดที่คำว่า عَلَى ให้ความหมาย “สูงกว่า / เหนือกว่า” ไม่ใช่ “วางอยู่บน”</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">1️⃣ ความหมายของคำว่า عَلَى ในภาษาอาหรับ</h2>



<p>คำว่า <strong>عَلَى (อะลา)</strong> ในภาษาอาหรับ<br><strong>ไม่ได้จำกัดความหมายแค่ “อยู่บนวัตถุ”</strong> เหมือนคำว่า “บน” ในภาษาไทย</p>



<p>นักภาษาศาสตร์อาหรับอธิบายว่า<br>คำว่า عَلَى มีนัยหลัก ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความสูงส่ง (العلو)</li>



<li>การอยู่สูงกว่า</li>



<li>การครอบงำ</li>



<li>การมีอำนาจเหนือ</li>



<li>การบังคับควบคุม</li>
</ul>



<p>ดังนั้น <strong>عَلَى ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกายภาพเสมอไป</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading">📌 ตัวอย่างจากอัลกุรอาน</h3>



<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ وَلِتُكَبِّرُوا اللَّهَ عَلَىٰ مَا هَدَاكُمْ ﴾</bdo></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“จะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮฺ <strong>เหนือ</strong> สิ่งที่พระองค์ทรงชี้นำแก่พวกเจ้า&nbsp;”</p>
</blockquote>



<p>แน่นอนว่า<br>❌ ไม่มีใครเข้าใจว่า “ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮฺ บน สิ่งที่พระองค์ทรงชี้นำ” ในเชิงวัตถุ<br>แต่เข้าใจว่าเป็น <strong>ความยิ่งใหญ่ ความสูงส่ง และการให้เกียรติ</strong>.</p>



<h2 class="wp-block-heading">ในตัฟซีรอัต-ต็อบะรี</h2>



<p>ให้ดู <strong>คำอธิบายประโยคแรกของ</strong><a href="https://ar.wikipedia.org/wiki/%D9%85%D8%AD%D9%85%D8%AF_%D8%A8%D9%86_%D8%AC%D8%B1%D9%8A%D8%B1_%D8%A7%D9%84%D8%B7%D8%A8%D8%B1%D9%8A" target="_blank" rel="noopener"><strong>อัต-ต็อบะรี</strong> </a>ตรงนี้ครับ (ผมขีดเส้นใต้ให้):</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/28.html" target="_blank" rel="noopener">قال أبو جعفر : يعني تعالى ذكره :<br>ولتعظموا الله بالذكر له<br><em>بما أنعم عليكم به ، من الهداية</em></a></strong></p>
</blockquote>



<p><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/28.html" target="_blank" rel="noopener"><sub>ดูตัฟซีรอัตขต็อบะรี</sub></a></p>



<p>🔴 ตรงนี้แหละครับ คือ “หลักฐานชัดที่สุด”</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์ตรงๆ</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>อัต-ต็อบะรี <strong>ไม่ได้อธิบายว่า <bdo lang="arabic" dir="rtl"> “على ما هداكم” = فوق الهداية</bdo></strong></li>



<li>แต่ท่านอธิบายว่า: <strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">بما أنعم عليكم به ، من الهداية</bdo></strong></li>
</ul>



<p>ซึ่งแปลตรงตัวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงโปรดปรานแก่พวกเจ้า คือ การชี้นำ”</p>
</blockquote>



<p>📌 นี่คือการ <strong>ตีความ عَلَىٰ เป็น <bdo lang="arabic" dir="rtl">معنى السببية / التعليل</bdo></strong><br>ไม่ใช่ معنى المكان</p>



<p>ดูประโยคต่อเนื่องของ<a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/28.html" target="_blank" rel="noopener">อัต-ต็อบะรี</a>:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl"><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/28.html" target="_blank" rel="noopener">وَخَصَّكُمْ بِكَرَامَتِهِ فَهَدَاكُمْ لَهُ،<br>وَوَفَّقَكُمْ لِأَدَاءِ مَا كَتَبَ اللَّهُ عَلَيْكُمْ مِنْ صَوْمِهِ،<br>وَتَشْكُرُوهُ عَلَىٰ ذَٰلِكَ بِالْعِبَادَةِ لَهُ.</a></bdo></strong></p>



<p>และพระองค์ทรงเลือกพวกเจ้าไว้ด้วยเกียรติยศของพระองค์<br>จึงทรงชี้นำพวกเจ้าไปสู่สิ่งนั้น<br>และทรงประทานเตาฟีกแก่พวกเจ้า<br>ให้สามารถปฏิบัติสิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนดแก่พวกเจ้า<br>นั่นคือการถือศีลอดของพระองค์<br>และเพื่อที่พวกเจ้าจะได้แสดงความขอบคุณต่อพระองค์<br>ด้วยการอิบาดะฮฺต่อพระองค์เพียงผู้เดียวครับ</p>
</blockquote>



<p>สังเกตนะครับ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงสร้างทั้งย่อหน้า =<br><strong>เหตุ → ผล → การขอบคุณ</strong></li>



<li>ไม่มีการอธิบายเชิง “ตำแหน่ง” หรือ “การอยู่บน”</li>
</ul>



<p>แต่เป็น:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>อัลลอฮ์ทรงชี้นำ → ทรงให้เตาฟีก →<br>มุสลิมจึงยกย่องและขอบคุณพระองค์</p>
</blockquote>



<p>📌 ดังนั้น <strong>“على” ที่นี่ = เพราะ / เนื่องจาก / ด้วยเหตุแห่ง</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">แล้วคำแปลที่ว่า</h2>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮฺ <em>ในสิ่งที่</em> พระองค์ทรงแนะนำแก่พวกเจ้า”</p>
</blockquote>



<p>❗ คำแปลนี้ <strong>ไม่ผิดทางความหมายรวม</strong><br>แต่เป็นการเลือกถ้อยคำไทยที่ “กลาง ๆ”</p>



<p>แต่ถ้าแปลว่า <strong>“บนการชี้นำ”</strong><br>❌ จะผิดทันที เพราะ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ตรงกับตัฟซีร</li>



<li>ไม่ตรงกับบริบท</li>



<li>ไม่ตรงกับการอธิบายของอัต-ต็อบะรีเอง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">2️⃣ เปรียบเทียบ عَلَى กับ فَوْق ในตัฟซีร<a href="https://ar.wikipedia.org/wiki/%D9%85%D8%AD%D9%85%D8%AF_%D8%A8%D9%86_%D8%AC%D8%B1%D9%8A%D8%B1_%D8%A7%D9%84%D8%B7%D8%A8%D8%B1%D9%8A" target="_blank" rel="noopener">อัต-ต็อบะรี</a></h2>



<p><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/129.html" target="_blank" rel="noopener">อัต-ต็อบะรี </a>รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp; อธิบายอายะห์ว่า:</p>



<p><bdo lang="arabic" dir="rtl"><strong>﴿ وَهُوَ الْقَاهِرُ فَوْقَ عِبَادِهِ ۖ وَهُوَ الْحَكِيمُ الْخَبِيرُ ﴾</strong><br></bdo>(อัลอันอาม : 18)</p>



<p>และพระองค์คือผู้ทรงชนะเหนือปวงบ่าวของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน</p>



<p>โดยกล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-left"><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl"><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/129.html" target="_blank" rel="noopener">وَإِنَّمَا قَالَ: «فَوْقَ عِبَادِهِ»<br>لِأَنَّهُ وَصَفَ نَفْسَهُ بِقَهْرِهِ إِيَّاهُمْ،<br>وَمِنْ صِفَةِ كُلِّ قَاهِرٍ شَيْئًا أَنْ يَكُونَ مُسْتَعْلِيًا عَلَيْهِ.</a></bdo></strong></p>



<p class="has-text-align-left">และที่พระองค์ตรัสว่า “เหนือบ่าวของพระองค์” นั้น<br>ก็เพราะพระองค์ทรงพรรณนาพระองค์เองว่าเป็นผู้ทรงครอบงำพวกเขา<br>และลักษณะประการหนึ่งของผู้ที่เป็นผู้พิชิตหรือผู้ครอบงำทุกคน<br>ย่อมเป็นผู้ที่อยู่สูงกว่า (เหนือกว่า) สิ่งที่ตนพิชิต.</p>
</blockquote>



<p class="has-text-align-left">วิเคราะห์ทีละคำ (สำคัญมาก)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>وإنما قال</strong> = และที่พระองค์ตรัสว่า…</li>



<li><strong>فوق عباده</strong> = เหนือบ่าวของพระองค์</li>



<li><strong>لأنه وصف نفسه بقهره إياهم</strong><br>👉 เพราะพระองค์ทรงพรรณนาพระองค์เองว่า <em>ทรงพิชิต / ครอบงำ</em> พวกเขา</li>



<li><strong>ومن صفة كل قاهر شيئًا أن يكون مستعليًا عليه</strong><br>👉 และลักษณะของ “ผู้พิชิต/ผู้ครอบงำ” ทุกคน ย่อมเป็น <em>ผู้ที่อยู่สูงกว่า (مستعليًا)</em> สิ่งที่ตนพิชิต</li>
</ul>



<p class="has-text-align-left">🔴 <strong>คำว่า “مستعليًا” ตรงนี้แหละครับ คือคำตัดสิน</strong></p>



<p class="has-text-align-left">“مستعليًا” แปลว่าอะไร?</p>



<p>ในภาษาอาหรับ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>استعلاء</strong> = ความสูงส่ง / ความอยู่เหนือ / ความเหนือกว่า</li>



<li>ไม่ใช่แค่ <em>อยู่บนทางกายภาพ</em></li>



<li>แต่คือ <strong>ความเหนือกว่าเชิงอำนาจ สถานะ และการครอบงำ</strong></li>
</ul>



<p>📌 อัต-ต็อบะรี <strong>ไม่ได้อธิบายว่า فوق = مكان (สถานที่)</strong><br>แต่ชัดเจนว่า:</p>



<p class="has-text-align-left"><strong>فوق = استعلاء بالقهر</strong></p>



<p class="has-text-align-left">ดูประโยคนี้ครับ:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/28.html" target="_blank" rel="noopener">فهو فوقهم بقهره إياهم ، وهم دونه</a></strong></p>
</blockquote>



<p>แปลตรงตัว:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ดังนั้น พระองค์จึงอยู่ <em>เหนือพวกเขา</em> ด้วยการทรงพิชิตพวกเขา<br>และพวกเขาอยู่ <em>ต่ำกว่าพระองค์</em>”</p>
</blockquote>



<p>🔴 ตรงนี้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>فوقهم ↔ دونه</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>เป็นคู่ตรงข้ามเชิง <strong>ลำดับสูง–ต่ำ (hierarchy)</strong><br>ไม่ใช่แค่ตำแหน่งทางกายภาพ</li>
</ul>



<p>📌 <strong>จุดสำคัญมาก</strong><br>อัต-ต็อบะรี <strong>ไม่ได้อธิบาย “فوق” ว่าเป็นตำแหน่งทางกายภาพ</strong><br>แต่ผูกความหมายกับคำว่า:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>القاهر (ผู้ทรงครอบงำ)</li>



<li>المذلل (ผู้ทรงทำให้จำนน)</li>



<li>العالي عليهم (ผู้ทรงอยู่สูงกว่าในอำนาจ)</li>
</ul>



<p>👉 ตรงนี้เองที่ชัดเจนว่า<br><strong>فوق = สูงกว่า / เหนือกว่า ในเชิงอำนาจและความยิ่งใหญ่</strong></p>



<p>และเมื่ออัลกุรอานใช้ <strong>عَلَى</strong> กับ อัลลอฮ์<br>ย่อมอยู่ในกรอบความหมายเดียวกัน ไม่ใช่ความหมายวัตถุครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">3️⃣ ปัญหาของคำว่า “บน” ในภาษาไทย</h2>



<p>คำว่า <strong>“บน”</strong> ในภาษาไทย:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ให้ภาพเชิงกายภาพชัดเจน</li>



<li>ชวนให้จินตนาการเรื่องการวาง การสัมผัส</li>



<li>อาจนำไปสู่การนึกภาพรูปร่าง ทิศทาง หรือสถานที่</li>
</ul>



<p>ซึ่ง ❌ <strong>ขัดกับหลักอะกีดะฮฺของอะฮ์ลุซซุนนะฮฺ</strong> ที่ย้ำว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>ยืนยันสิ่งที่อัลลอฮ์ ทรงยืนยัน<br>โดยไม่ถามว่า “อย่างไร” (بلا كيف)<br>และไม่จินตนาการ (بلا تمثيل)</p>
</blockquote>



<p>ดังนั้น การใช้คำว่า “บน”<br>แม้จะถูกต้องเชิงคำต่อคำ<br>แต่ <strong>เสี่ยงต่อความเข้าใจผิดในเชิงอะกีดะฮฺ</strong>.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">4️⃣ แนวทางของเชคอัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp;</h2>



<p>เชคอับดุรเราะห์มาน อัซ-ซะอ์ดีย์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ&nbsp;<br>เมื่ออธิบายอายะห์:</p>



<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى ﴾</bdo></p>



<p>ท่านเน้นย้ำเสมอว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>استواء يليق بجلاله<br>การอิสตะวาอ์ที่เหมาะสมกับพระเกียรติของพระองค์</p>
</blockquote>



<p>ท่าน <strong>ไม่อธิบายเชิงรูปร่าง ไม่อธิบายทิศทาง และไม่อธิบายลักษณะทางกายภาพ</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">อุละมาอ์อธิบายคำว่า “استوى” อย่างไร</h2>



<h3 class="wp-block-heading">แนวทางซะลัฟ (แบบดั้งเดิม)</h3>



<p><strong><a href="https://ar.wikipedia.org/wiki/%D9%85%D8%A7%D9%84%D9%83_%D8%A8%D9%86_%D8%A3%D9%86%D8%B3" target="_blank" rel="noopener">อิมามมาลิก บิน อะนัส</a></strong> (เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) กล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>الاستواء معلوم، والكيف مجهول،<br>والإيمان به واجب، والسؤال عنه بدعة</strong></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading">ความหมายโดยสรุป</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความหมายของคำว่า “อิสติวาอ์ (استوى)” เป็นสิ่งที่รับรู้ได้ในภาษา</strong></li>



<li><strong>ลักษณะหรือวิธีการว่าเป็นอย่างไรนั้น ไม่อาจทราบได้</strong></li>



<li><strong>การศรัทธาต่ออายะฮ์นี้เป็นวาญิบ</strong></li>



<li><strong>การตั้งคำถามเชิงว่า “อย่างไร” (كيف) ถือเป็นบิดอะฮ์</strong></li>
</ul>



<p>👉 <strong>อิมามมาลิกไม่ได้ตีความ “อิสติวาอ์” ว่าเป็นการอยู่ในสถานที่<br>และไม่ได้กำหนดทิศทางหรือรูปลักษณ์ใด ๆ ให้แก่อัลลอฮฺ ตะอาลา</strong>.</p>



<p>ดังนั้น เมื่อถ่ายทอดเป็นภาษาไทย<br>การเลือกคำว่า <strong>“ทรงสูงเหนืออัล-อัรชฺ”</strong> จะ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สื่อความหมาย “ความสูงส่งและอำนาจ”.</li>



<li>ไม่ผูกกับภาพวัตถุ.</li>



<li>สอดคล้องกับแนวทางนักตัฟซีร.</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">5️⃣ เหตุผลที่คำว่า “เหนือ” เหมาะสมกว่า</h2>



<p>สรุปเหตุผลสำคัญ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>عَلَى ≠ “บน” เสมอไป</strong></li>



<li>ในบริบทของอัลลอฮ์ → หมายถึงความสูงส่งและการครอบครองอำนาจ</li>



<li>“เหนือ” ปลอดภัยทางอะกีดะฮฺมากกว่า</li>



<li>สอดคล้องกับ:
<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://surahquran.com/tafsir-tabari/312.html" target="_blank" rel="noopener">ตัฟซีรอัต-ต็อบะรี</a></li>



<li><a href="https://surahquran.com/tafsir-assadi/312.html" target="_blank" rel="noopener">แนวทางเชคอัซ-ซะอ์ดีย์</a></li>



<li>หลักอะฮ์ลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ</li>
</ul>
</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">✍️ สรุปสุดท้าย</h2>



<p>หากเป็นการแปล <strong>แบบคำต่อคำ (Literal)</strong><br>คำว่า “บน” อาจพอใช้ได้</p>



<p>แต่หากเป็นการแปล <strong>เชิงตัฟซีร เพื่อสอนศาสนาและรักษาอะกีดะฮฺ</strong><br>คำว่า <strong>“เหนือ” เหมาะสม ถูกต้อง และปลอดภัยกว่า</strong></p>



<p>เพราะช่วยป้องกันการจินตนาการ<br>และใกล้กับเจตนารมณ์ของนักตัฟซีรในสายอะฮ์ลุซซุนนะฮฺมากที่สุดครับ</p>



<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">والله أعلم.</bdo></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/tafsir-arrahman-alal-arsh-istawa/">ตัฟซีร ﴾الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى﴿ ตามแนวเชคอัซ-ซะอ์ดีย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/tafsir-arrahman-alal-arsh-istawa/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตัฟซีร ซูเราะฮฺ อัลฟาติหะฮฺ &#124; คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย</title>
		<link>https://samanloh.com/tafseer-surah-al-fatihah/</link>
					<comments>https://samanloh.com/tafseer-surah-al-fatihah/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 16:17:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอาน ตัฟซีร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9848</guid>

					<description><![CDATA[<p>الْحَمْدُ لِلَّهِ، وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَىٰ رَس...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/tafseer-surah-al-fatihah/">ตัฟซีร ซูเราะฮฺ อัลฟาติหะฮฺ | คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">الْحَمْدُ لِلَّهِ، وَالصَّلَاةُ وَالسَّلَامُ عَلَىٰ رَسُولِ اللَّهِ، وَعَلَىٰ آلِهِ وَصَحْبِهِ، أَمَّا بَعْدُ:</bdo></strong></p>
</blockquote>



<p>บรรดาการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์<br>และขอความสันติสุขและความจำเริญจงมีแด่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ<br>รวมถึงครอบครัวของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮฺของท่านทั้งหลาย.</p>



<h2 class="wp-block-heading">บทนำ</h2>



<p>บทความนี้เป็นการแบ่งปันและอธิบายความหมายของ <strong>ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ</strong><br>ซูเราะฮฺที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคัมภีร์อัลกุรอานครับ.</p>



<p>ซูเราะฮฺนี้เป็นซูเราะฮฺที่มุสลิมทุกคนอ่านในทุกละหมาด<br>อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละวัน<br>แต่หลายครั้งเราอาจอ่านผ่านลิ้น โดยที่หัวใจยังไม่ทันได้หยุดคิดถึงความหมายของมันอย่างแท้จริง.</p>



<h2 class="wp-block-heading">ที่มาของการเรียบเรียง</h2>



<p>การอธิบายในบทความนี้ ผมหยิบและเรียบเรียงขึ้นจาก<br>ตัฟซีรของอุละมาอ์ผู้ทรงคุณวุฒิ <strong>เชคอับดุรเราะห์มาน อัส-สะอฺดี</strong> <strong>รอฮิมะฮุลลอฮฺ</strong><br>จากหนังสือ : تيسير الكريم الرحمن في تفسير كلام المنان للشيخ السعدي <strong>“ตัยซีร อัลกะรีม อัรเราะห์มาน ฟี ตัฟซีร กะลาม อัลมันนาน”</strong><br>ซึ่งเป็นตัฟซีรที่โดดเด่นในเรื่องความกระชับ เข้าใจง่าย และยึดตามอัลกุรอานและซุนนะฮฺครับ.</p>



<p>นอกจากนี้ ผมได้มีการเพิ่มเติมคำอธิบายบางประเด็น<br>เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของชีวิตมุสลิมในยุคปัจจุบัน<br>และเพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปใช้กับการละหมาดและการดำเนินชีวิตประจำวันได้จริงครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไมซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺจึงสำคัญ</h2>



<p>ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ ไม่ใช่เพียงบทเปิดของอัลกุรอานเท่านั้นครับ<br>แต่เป็นหัวใจของการอิบาดะฮฺ<br>เป็นบทสรุปของอากีดะฮฺ<br>เป็นการประกาศการยอมจำนนต่ออัลลอฮ์<br>และยังเป็นบทดุอาอ์ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องของโลกนี้และโลกหน้าครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เป้าหมายของบทความชุดนี้</h2>



<p>เป้าหมายของบทความชุดนี้ คือการชวนผู้อ่าน<br>มาทำความเข้าใจซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ <strong>ทีละอายะฮฺ</strong><br>ด้วยหัวใจที่เปิดรับ ไม่ใช่เพียงแค่อ่านให้จบครับ</p>



<p>เพื่อที่เมื่อเรายืนละหมาด<br>เราจะไม่ได้เพียง “อ่าน” ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ<br>แต่เราจะ <strong>สื่อสารกับอัลลอฮ์ด้วยความเข้าใจ</strong> มากขึ้นครับ</p>



<p>และทั้งหมดนี้ เราขออาศัยความช่วยเหลือ<br>และการประทานความสำเร็จจากอัลลอฮ์ <strong>ซุบฮานะฮูวะตะอาลา</strong> เพียงพระองค์เดียวครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 1 : بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَٰنِ الرَّحِيمِ</h2>



<p><em>(ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ)</em></p>



<p>คำว่า <strong>“บิสมิลลาฮฺ”</strong> หมายถึง<br>การที่เราตั้งเจตนาเริ่มต้นทุกคำพูด และทุกการกระทำ<br>ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การเขียน การเรียน หรือการทำงานใด ๆ<br>โดยกล่าวว่า <strong>“ด้วยพระนามของอัลลอฮ์”</strong> ครับ</p>



<p>การเริ่มต้นด้วยพระนามของอัลลอฮ์<br>ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดติดปาก<br>แต่เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า<br>สิ่งที่เรากำลังจะทำต่อจากนี้<br>เราทำโดยพึ่งพาอัลลอฮ์ ไม่ใช่พึ่งพาความสามารถของตัวเราเองครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">เริ่มด้วยบิสมิลลาฮฺ เพื่ออะไร</h3>



<p>การกล่าว <strong>บิสมิลลาฮฺ</strong> มีผลสำคัญหลายประการครับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เพื่อให้ชัยฏอนห่างไกลจากเรา</li>



<li>เพื่อให้ความบะเราะกะฮฺ (ความจำเริญ) จากอัรเราะห์มานลงมา</li>



<li>และเพื่อขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์<br>ทั้งในคำพูด และการกระทำของเราครับ</li>
</ul>



<p>ดังนั้น ทุกครั้งที่เรากล่าว “บิสมิลลาฮฺ”<br>แท้จริงแล้ว เรากำลังบอกกับตัวเองว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ฉันไม่เก่งด้วยตัวเอง<br>ฉันต้องการความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์” ครับ</p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading">บิสมิลลาฮฺ กับชีวิตประจำวัน</h3>



<p>เมื่อเราอ่านอัลกุรอานด้วยบิสมิลลาฮฺ<br>การอ่านนั้นจะไม่ใช่แค่เสียงจากลิ้น<br>แต่เป็นการอ่านที่มีบะเราะกะฮฺครับ</p>



<p>เมื่อเราเขียน ทำงาน หรือเริ่มต้นสิ่งใดด้วยบิสมิลลาฮฺ<br>สิ่งนั้นจะไม่ใช่เพียงกิจกรรมธรรมดา<br>แต่จะกลายเป็นอิบาดะฮฺ หากเจตนาของเราถูกต้องครับ</p>



<p>นี่คือเหตุผลที่ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ<br>เริ่มต้นด้วยคำว่า <strong>“บิสมิลลาฮฺ”</strong><br>เพื่อสอนให้มุสลิมทุกคน<br>เริ่มต้นชีวิตทั้งหมดของตน<br>ด้วยการพึ่งพาอัลลอฮ์ก่อนสิ่งอื่นใดครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">ความหมายของคำว่า “อัลลอฮ์” (الله)</h2>



<p>คำว่า <strong>“อัลลอฮ์”</strong> เป็นพระนามเฉพาะ<br>ที่ใช้เรียก <strong>ذات (แก่นแท้) ของอัลลอฮ์</strong> ผู้ทรงเกียรติยิ่ง<br>ผู้ทรงเดชานุภาพ และทรงสูงส่งเหนือทุกสิ่งครับ</p>



<p>พระนามนี้ไม่ได้ใช้กับสิ่งอื่นใด<br>และไม่สามารถนำไปใช้กับผู้ใดหรือสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อัลลอฮ์ คือผู้ที่ถูกเคารพสักการะ</h3>



<p>ความหมายของคำว่า <strong>อัลลอฮ์</strong> คือ</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ผู้ที่ถูกเคารพสักการะ (อัลมะอฺบูด)”<br>และเป็นผู้เดียวที่สมควรได้รับการอิบาดะฮฺ<br>โดยไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ร่วมกับพระองค์เลยครับ</p>
</blockquote>



<p>นั่นหมายความว่า<br>การละหมาด การขอดุอาอ์ การวิงวอน ความหวัง ความกลัว<br>และการนอบน้อมทั้งหมด<br>ต้องมอบให้แก่อัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมอัลลอฮ์จึงสมควรได้รับการอิบาดะฮฺแต่เพียงผู้เดียว</h3>



<p>เหตุผลที่อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้เดียว<br>ที่สมควรได้รับการอิบาดะฮฺ<br>ก็เพราะพระองค์ทรงมี <strong>คุณลักษณะแห่งความยิ่งใหญ่ (صفات الجلال)</strong><br>และ <strong>คุณลักษณะแห่งความสมบูรณ์แบบ (صفات الكمال)</strong><br>อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุดครับ</p>



<p>พระองค์ทรงสมบูรณ์ในความรู้<br>สมบูรณ์ในอำนาจ<br>สมบูรณ์ในความเมตตา<br>และปราศจากข้อบกพร่องใด ๆ ทั้งสิ้นครับ</p>



<p>ในขณะที่ทุกสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์<br>ล้วนมีความบกพร่อง ต้องพึ่งพา และไม่สมบูรณ์ด้วยตัวมันเองครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทเรียนจากคำว่า “อัลลอฮ์” ในอัลฟาติหะฮฺ</h3>



<p>เมื่อเราอ่านคำว่า <strong>“อัลลอฮ์”</strong> ในซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ<br>เรากำลังถูกย้ำเตือนว่า<br>ผู้ที่เรากำลังยืนละหมาดต่อหน้า<br>ไม่ใช่ใครอื่น<br>แต่คือพระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์แบบ<br>และคู่ควรกับการนอบน้อมอย่างแท้จริงครับ</p>



<p>ดังนั้น การรู้จักความหมายของคำว่า <strong>อัลลอฮ์</strong><br>ไม่ใช่แค่ความรู้ทางภาษา<br>แต่เป็นรากฐานของเตาฮีด<br>และเป็นหัวใจของการอิบาดะฮฺทั้งหมดครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">อัรเราะห์มาน – อัรเราะฮีม (الرحمن الرحيم)</h2>



<p>คำว่า <strong>อัรเราะห์มาน</strong> และ <strong>อัรเราะฮีม</strong><br>เป็นสองพระนามของอัลลอฮ์<br>ที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า<br>พระองค์คือผู้ทรงมี <strong>ความเมตตาอันกว้างขวางและยิ่งใหญ่</strong> ครับ</p>



<p>ความเมตตาของอัลลอฮ์<br>ไม่ใช่ความเมตตาเล็กน้อย<br>แต่เป็นความเมตตาที่ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง<br>ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ผู้ศรัทธา ผู้ปฏิเสธ<br>สัตว์ พืช หรือสรรพสิ่งทั้งหมดในจักรวาลครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความแตกต่างระหว่าง “อัรเราะห์มาน” และ “อัรเราะฮีม”</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อัรเราะห์มาน</strong><br>สื่อถึงความเมตตาอันกว้างใหญ่<br>ที่แผ่คลุมสิ่งถูกสร้างทั้งหมดโดยไม่เลือกใครครับ</li>



<li><strong>อัรเราะฮีม</strong><br>คือความเมตตาอันพิเศษ<br>ที่อัลลอฮ์ทรงมอบให้แก่บรรดาผู้ศรัทธา<br>ผู้ยำเกรง และบรรดาเอาลิยาอ์ของพระองค์ครับ</li>
</ul>



<p>กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ<br>ทุกคนอยู่ภายใต้ความเมตตาของอัลลอฮ์<br>แต่ความเมตตาที่สมบูรณ์และยั่งยืน<br>จะเป็นของผู้ที่เลือกเดินในเส้นทางของพระองค์ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อัลกุรอานยืนยันเรื่องความเมตตา</h3>



<p>อัลลอฮ์ <strong>ซุบฮานะฮูวะตะอาลา</strong> ตรัสว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>“และความเมตตาของข้านั้น ครอบคลุมทุกสิ่ง<br>แล้วข้าจะกำหนดมันให้แก่บรรดาผู้ที่ยำเกรง<br>และผู้ที่จ่ายซะกาต<br>และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อโองการของเรา”</strong><br>(ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ : 156)</p>
</blockquote>



<p>อายะฮฺนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า<br>ความเมตตาของอัลลอฮ์นั้นกว้างขวางจริง<br>แต่ผู้ที่จะได้รับความเมตตาอย่างครบถ้วน<br>คือผู้ที่มี <strong>ตักวา</strong>, ปฏิบัติศาสนกิจ<br>และศรัทธาอย่างแท้จริงครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทเรียนจาก “อัรเราะห์มาน อัรเราะฮีม”</h3>



<p>เมื่อเราอ่านคำว่า <strong>อัรเราะห์มาน อัรเราะฮีม</strong><br>ในทุกละหมาด<br>นั่นคือการเตือนหัวใจของเราว่า<br>ผู้ที่เรากำลังยืนอยู่ต่อหน้า<br>ไม่ใช่พระผู้เป็นเจ้าที่โหดร้าย<br>แต่คือพระผู้เป็นเจ้าที่เปี่ยมด้วยความเมตตาครับ</p>



<p>และในขณะเดียวกัน<br>มันก็เตือนเราด้วยว่า<br>หากเราอยากได้รับความเมตตาอย่างสมบูรณ์<br>เราต้องเลือกเป็นผู้ที่ยำเกรงอัลลอฮ์<br>และดำเนินชีวิตตามแนวทางของพระองค์ครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 2 : ٱلْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ ٱلْعَـٰلَمِينَ</h2>



<p><em>(การสรรเสริญทั้งหลายนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก)</em></p>



<h2 class="wp-block-heading">อัลฮัมดุลิลลาฮฺ (الْحَمْدُ لِلَّهِ)</h2>



<p>คำว่า <strong>อัลฮัมดุ</strong> หมายถึง<br>การกล่าวยกย่อง สรรเสริญ<br>และยอมรับความสมบูรณ์แบบของผู้ที่ถูกสรรเสริญ<br>ในทุกสภาพการณ์ ไม่ว่าจะเป็นยามสุขหรือยามทุกข์ครับ</p>



<p>ดังนั้น เมื่อเรากล่าวว่า <strong>“อัลฮัมดุลิลลาฮฺ”</strong><br>เรากำลังยืนยันว่า<br>อัลลอฮ์ทรงสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง<br>ทรงสมควรได้รับการสรรเสริญ<br>ไม่ใช่เพราะพระองค์ประทานสิ่งที่เราชอบเท่านั้น<br>แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นอัลลอฮ์<br>ในทุกสถานการณ์ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อัลฮัมดฺ ไม่ใช่แค่คำขอบคุณ</h3>



<p>การกล่าว <strong>อัลฮัมดุลิลลาฮฺ</strong><br>แตกต่างจากการกล่าวขอบคุณทั่วไปครับ</p>



<p>เพราะอัลฮัมดฺ คือการสรรเสริญ<br>ที่เกิดจากการรู้จักอัลลอฮ์<br>รู้จักคุณลักษณะของพระองค์<br>และยอมรับการกำหนดของพระองค์ด้วยหัวใจครับ</p>



<p>เราสรรเสริญอัลลอฮ์<br>ทั้งในยามที่ชีวิตราบรื่น<br>และในยามที่ชีวิตเผชิญบททดสอบครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">แบบอย่างจากท่านนบี ﷺ</h3>



<p>มีรายงานหะดีษจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ رضي الله عنها<br>ซึ่งถูกรายงานโดยอิบนุ มาญะฮฺ และอัลหากิม<br>และได้รับการรับรองความถูกต้อง<br>โดยอัซซะฮะบีย์ และอิหม่ามนะวะวีย์<br>ว่าเป็นหะดีษที่มีสายรายงานดีครับ</p>



<p>ท่านหญิงอาอิชะฮฺกล่าวว่า:</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ إِذَا أَصَابَتْهُ السَّرَّاءُ قَالَ:<br>«الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي بِنِعْمَتِهِ تَتِمُّ الصَّالِحَاتُ»،</bdo></strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>เมื่อท่านร่อซูล ﷺ<br>ได้รับสิ่งดีงามหรือความสุข<br>ท่านจะกล่าวว่า<br><strong>“อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อัลลาซี บินิอฺมะติฮี ตะติมมุศศอลิฮาต”</strong><br><em>(การสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์<br>ผู้ซึ่งด้วยความโปรดปรานของพระองค์<br>ความดีงามทั้งหลายจึงสมบูรณ์)</em></p>
</blockquote>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl"><br>وَإِنْ أَصَابَتْهُ الضَّرَّاءُ قَالَ:<br>«الْحَمْدُ لِلَّهِ عَلَىٰ كُلِّ حَالٍ».</bdo></strong></p>



<p>และเมื่อท่านประสบกับความยากลำบาก<br>หรือเหตุไม่พึงประสงค์<br>ท่านก็ยังกล่าวว่า<br><strong>“อัลฮัมดุลิลลาฮฺ อะล่า กุลลิ ฮาล”</strong><br><em>(การสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์<br>ในทุกสภาพการณ์)</em> ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทเรียนจาก “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ”</h3>



<p>คำว่า <strong>อัลฮัมดุลิลลาฮฺ</strong><br>จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับหัวใจของผู้ศรัทธาครับ</p>



<p>มันสอนให้เรา<br>ไม่ผูกการสรรเสริญไว้กับผลลัพธ์<br>แต่ผูกหัวใจไว้กับอัลลอฮ์</p>



<p>เพราะผู้ที่สรรเสริญอัลลอฮ์ได้<br>ทั้งในยามสุขและยามทุกข์<br>คือผู้ที่เข้าใจว่า<br>ทุกการกำหนดของพระองค์<br>ล้วนมีฮิกมะฮฺและความเมตตาซ่อนอยู่เสมอครับ</p>



<p>และนี่คือเหตุผลที่ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ<br>เริ่มต้นด้วยคำว่า<br><strong>“อัลฮัมดุลิลลาฮฺ”</strong><br>เพื่อปรับหัวใจของเรา<br>ให้รู้จักสรรเสริญอัลลอฮ์<br>ก่อนที่จะขอสิ่งใดจากพระองค์ครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">ร็อบบิลอาละมีน (رَبِّ الْعَالَمِينَ)</h2>



<p>คำว่า <strong>ร็อบบ์ (رب)</strong><br>หมายถึง <strong>ผู้ทรงอภิบาล ผู้ทรงดูแล เลี้ยงดู และพัฒนา</strong><br>ส่วนคำว่า <strong>อาละมีน (العالمين)</strong><br>หมายถึงสรรพสิ่งทั้งหมดที่มีอยู่ นอกจากอัลลอฮ์ครับ.</p>



<p>กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ<br>ทุกสิ่งที่ไม่ใช่อัลลอฮ์ ล้วนอยู่ภายใต้การอภิบาลของพระองค์ทั้งหมดครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">การอภิบาลของอัลลอฮ์มี 2 ประเภท</h3>



<p>การที่อัลลอฮ์ทรงเป็น <strong>ร็อบบิลอาละมีน</strong><br>ไม่ได้เป็นเพียงคำยกย่อง<br>แต่สะท้อนถึงการดูแลของพระองค์<br>ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทสำคัญครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">1) การอภิบาลทั่วไป (تربية عامة)</h3>



<p>การอภิบาลทั่วไป คือการดูแลสรรพสิ่งทั้งหมดโดยไม่เลือกศาสนา<br>ไม่เลือกผู้ศรัทธาหรือผู้ปฏิเสธครับ</p>



<p>อัลลอฮ์ทรง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สร้างสิ่งถูกสร้างทั้งหมด</li>



<li>ประทานปัจจัยยังชีพให้กับทุกชีวิต</li>



<li>และชี้นำพวกเขาไปสู่สิ่งที่จำเป็น<br>เพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในโลกนี้ได้ครับ</li>
</ul>



<p>ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ<br>ต่างได้รับส่วนแบ่งจากการอภิบาลทั่วไปของอัลลอฮ์ทั้งสิ้นครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">2) การอภิบาลเฉพาะ (تربية خاصة)</h3>



<p>ส่วนการอภิบาลเฉพาะ<br>เป็นการดูแลเป็นพิเศษ<br>ที่อัลลอฮ์ทรงมอบให้แก่ <strong>บรรดาเอาลิยาอ์ของพระองค์</strong> ครับ.</p>



<p>พระองค์ทรงอภิบาลพวกเขาด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเสริมสร้างอีมาน</li>



<li>การประทานเตาฟีก (ความสำเร็จในการทำดี)</li>



<li>การพัฒนาและทำให้หัวใจสมบูรณ์</li>



<li>และการขจัดอุปสรรคต่าง ๆ<br>ที่ขวางกั้นระหว่างพวกเขากับอัลลอฮ์ครับ</li>
</ul>



<p>นี่คือการดูแลที่ลึกซึ้ง<br>ไม่ใช่แค่เรื่องปัจจัยยังชีพ<br>แต่เป็นการดูแลหัวใจ ศรัทธา และเส้นทางชีวิตครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">แก่นแท้ของการเป็น “ร็อบบ์”</h3>



<p>ความหมายที่แท้จริงของการอภิบาลโดยอัลลอฮ์<br>คือการประทาน <strong>เตาฟีกให้กับทุกความดี</strong><br>และการปกป้องจาก <strong>ทุกความชั่วร้าย</strong> ครับ</p>



<p>เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีโอกาสทำดี<br>จะสามารถทำดีได้จริง<br>และไม่ใช่ทุกคนที่รู้ความจริง<br>จะสามารถยืนหยัดอยู่บนความจริงได้ครับ.</p>



<p>ทั้งหมดนี้ล้วนต้องอาศัย<br>การอภิบาลและการช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ทั้งสิ้นครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมดุอาอ์ของบรรดานบีจึงขึ้นต้นด้วยคำว่า “ร็อบบ์”</h3>



<p>นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า<br>ทำไมดุอาอ์ของบรรดานบีส่วนใหญ่<br>จึงเริ่มต้นด้วยคำว่า <strong>“ร็อบบะนา…”</strong> ครับ</p>



<p>เพราะเมื่อเรียกอัลลอฮ์ว่า “ร็อบบ์”<br>เรากำลังยอมรับว่า<br>เราเป็นผู้ถูกอภิบาล<br>อ่อนแอ ขาดแคลน<br>และต้องการการดูแลจากพระองค์ในทุกเรื่องครับ</p>



<p>ดังนั้น เมื่อเรากล่าวในละหมาดว่า<br><strong>“อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ร็อบบิลอาละมีน”</strong><br>เรากำลังประกาศด้วยหัวใจว่า<br>ชีวิตทั้งหมดของเรา<br>อยู่ภายใต้การดูแลของอัลลอฮ์<br>ตั้งแต่โลกนี้ จนถึงโลกหน้าครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 3 : อัรเราะห์มาน – อัรเราะฮีม (ٱلرَّحْمَـٰنِ ٱلرَّحِيمِ)</h2>



<p><em>(&nbsp;ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ)</em></p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 4 : มาลิกิ เยามิดดีน (مَالِكِ يَوْمِ الدِّينِ)</h2>



<p><em>(ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งวันตอบแทน)</em></p>



<p>คำว่า <strong>เยามิดดีน (يوم الدين)</strong><br>หมายถึง <strong>วันกิยามะฮฺ</strong> หรือวันปรโลก<br>วันที่มนุษย์ทุกคนจะถูกนำมาสอบสวนและตอบแทนตามการกระทำของตนครับ.</p>



<p>อัลลอฮ์ سبحانه وتعالى ได้อธิบายถึงวันนั้นไว้ว่า<br>บรรดาผู้ทำความชั่วจะอยู่ในนรก<br>พวกเขาจะเข้าไปอยู่ในวันแห่งการตอบแทนนั้น<br>และจะไม่อาจหลบหนีไปไหนได้เลย.</p>



<p>แล้วพระองค์ตรัสย้ำเตือนว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าวันแห่งการตอบแทนนั้นคืออะไร<br>อีกครั้งหนึ่ง เจ้าไม่รู้ดอกว่าวันแห่งการตอบแทนนั้นคืออะไร<br>คือวันที่ชีวิตหนึ่งไม่อาจช่วยเหลืออีกชีวิตหนึ่งได้เลย<br>และอำนาจทั้งหมดในวันนั้น เป็นของอัลลอฮ์แต่เพียงผู้เดียว”<br>(ซูเราะฮฺอัลอินฟิฏอร : 15–19)</p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading">ความหมายของคำว่า “มาลิก” (مالك)</h3>



<p>คำว่า <strong>มาลิก</strong> หมายถึง<br>ผู้ทรงเป็นเจ้าของ<br>ผู้ทรงควบคุม จัดการ และกำหนดทุกสิ่งครับ</p>



<p>อัลลอฮ์ทรงเป็นผู้มี</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อำนาจในการสั่งใช้และห้ามปราม</li>



<li>อำนาจในการให้อภัย</li>



<li>และอำนาจในการลงโทษ</li>
</ul>



<p>ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์โต้แย้ง<br>และไม่มีผู้ใดหลีกเลี่ยงการตัดสินของพระองค์ได้ครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมจึงระบุว่า “เจ้าของวันแห่งการตอบแทน”</h3>



<p>แม้ว่าอัลลอฮ์ทรงเป็นเจ้าของทุกวัน<br>และเป็นเจ้าของทุกสิ่งอยู่แล้ว<br>แต่พระองค์ทรงระบุเป็นพิเศษว่า<br><strong>“มาลิกิ เยามิดดีน”</strong><br>เพื่อให้เห็นความเป็นเจ้าของของพระองค์<br>อย่างชัดเจนที่สุดในวันกิยามะฮฺครับ.</p>



<p>เพราะในวันนั้น<br>อำนาจทั้งหมดที่มนุษย์เคยอ้างในโลกนี้<br>จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง.</p>



<p>บรรดากษัตริย์ ผู้นำ ผู้มีอำนาจ<br>รวมถึงผู้ที่เคยอ้างความยิ่งใหญ่<br>หรืออ้างความเป็นเจ้าอย่างไม่เป็นธรรม<br>เช่น ฟิรเอาน์ และผู้ที่เดินตามแนวทางเดียวกัน<br>จะหมดสิ้นซึ่งอำนาจและความโอหังครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">วันที่ทุกคนยอมจำนนอย่างแท้จริง</h3>



<p>ในวันนั้น อัลลอฮ์จะทรงประกาศถามว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>“วันนี้ อำนาจเป็นของผู้ใด?”</strong></p>
</blockquote>



<p>แต่จะไม่มีใครตอบได้เลยครับ<br>เพราะทุกชีวิตต่างยืนอยู่ด้วยความอ่อนแอ<br>หวาดกลัว และรอการตัดสิน.</p>



<p>แล้วอัลลอฮ์จะทรงตอบด้วยพระองค์เองว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>“เป็นของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงเดชานุภาพ”</strong></p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading">บทเรียนจาก “มาลิกิ เยามิดดีน”</h3>



<p>เมื่อเราอ่านคำว่า <strong>มาลิกิ เยามิดดีน</strong> ในทุกละหมาด<br>มันคือการเตือนหัวใจของเราว่า<br>ชีวิตนี้ไม่ใช่จุดจบครับ.</p>



<p>ทุกคำพูด, ทุกการกระทำ,<br>ทุกความยุติธรรมและความอธรรม<br>จะถูกนำมาชั่งตวงวัดในวันหนึ่งอย่างแน่นอน.</p>



<p>และผู้ที่ตัดสิน<br>ไม่ใช่มนุษย์,<br>ไม่ใช่สังคม,<br>แต่คืออัลลอฮ์ ผู้ทรงยุติธรรมอย่างสมบูรณ์ครับ.</p>



<p>ดังนั้น ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ<br>จึงทำให้หัวใจของผู้ศรัทธา<br>สมดุลระหว่าง <strong>ความหวังในความเมตตา</strong><br>และ <strong>ความเกรงกลัวต่อการตัดสิน</strong><br>อย่างพอดีที่สุดครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 5 : อิยยากะ นะอฺบุดุ วะอิยยากะ นัสตะอีน (إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ)</h2>



<p><em>(เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ)</em></p>



<p>อายะฮฺนี้คือ <strong>หัวใจของซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ</strong><br>และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการละหมาดครับ.</p>



<p>เพราะตั้งแต่อายะฮฺนี้เป็นต้นไป<br>ผู้ละหมาดไม่ได้พูดถึงอัลลอฮ์ในฐานะบุคคลที่สาม<br>แต่กำลัง <strong>พูดกับอัลลอฮ์โดยตรง</strong> ครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">“อิยยากะ นะอฺบุดุ” (إِيَّاكَ نَعْبُدُ)– เราเคารพภักดีต่อพระองค์เท่านั้น</h3>



<p>คำว่า <strong>“อิยยากะ”</strong><br>ถูกนำมากล่าวไว้ข้างหน้า<br>เพื่อเน้นย้ำความหมายว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><em>เฉพาะพระองค์เท่านั้น</em> ครับ</p>
</blockquote>



<p>ดังนั้น <strong>“อิยยากะ นะอฺบุดุ”</strong><br>จึงหมายความว่า<br>เราเจาะจงเคารพภักดี<br>อิบาดะฮฺ และยืนหยัดอยู่บนทางตรง<br>ต่ออัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นครับ.</p>



<p>เราไม่อิบาดะฮฺสิ่งอื่น<br>ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์, ทรัพย์สิน, อำนาจ,<br>ความอยาก, หรือความกลัวใดๆ<br>นอกจากอัลลอฮ์ครับ.</p>



<p>นี่คือการประกาศ <strong>เตาฮีด</strong><br>ด้วยลิ้นและด้วยหัวใจ<br>ในทุกละหมาดครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">“วะอิยยากะ นัสตะอีน” (وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ) – และเราขอความช่วยเหลือจากพระองค์เท่านั้น.</h3>



<p>หลังจากกล่าวถึงการอิบาดะฮฺ<br>อัลลอฮ์ทรงให้เรากล่าวถึง <strong>การขอความช่วยเหลือ</strong> ต่อทันทีครับ.</p>



<p>แม้การขอความช่วยเหลือ<br>จะเป็นส่วนหนึ่งของการอิบาดะฮฺอยู่แล้ว<br>แต่พระองค์ทรงกล่าวแยกออกมา<br>เพื่อย้ำให้เห็นว่า<br>ผู้ศรัทธา <strong>ไม่อาจอิบาดะฮฺได้เลย<br>หากปราศจากการช่วยเหลือจากอัลลอฮ์</strong> ครับ.</p>



<p>หากอัลลอฮ์ไม่ช่วย<br>เราจะไม่สามารถ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ได้</li>



<li>และไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อห้ามได้จริงครับ</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">แบบอย่างจากคำสอนของท่านนบี ﷺ</h3>



<p>ท่านนบี ﷺ ได้สอนดุอาอ์สำคัญแก่ท่านมุอ๊าซ رضي الله عنه<br>โดยกล่าวว่า:</p>



<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">أُوصِيكَ يَا مُعَاذُ، لَا تَدَعَنَّ فِي دُبُرِ كُلِّ صَلَاةٍ تَقُولُ : اللَّهُمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ وَشُكْرِكَ وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ &#8220;.</bdo></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>“โอ้มุอ๊าซ ฉันขอสั่งเสียเจ้า<br>อย่าได้ละทิ้งการกล่าวในตอนท้ายของทุกละหมาด(ฟัรฎุ)ว่า</strong></p>



<p>اللَّهُمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ وَشُكْرِكَ وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ</p>



<p>คำอ่าน : อัลลอฮุมมะ อะอินนี อะลาซิกริกะ วะชุกริกะ วะฮุสนิอิบาดะติก<strong><br>โอ้อัลลอฮ์ โปรดช่วยฉัน<br>ให้สามารถรำลึกถึงพระองค์,<br>ขอบคุณพระองค์,<br>และอิบาดะฮฺพระองค์อย่างดีที่สุดด้วยเถิด”</strong></p>
</blockquote>



<p>หะดีษนี้ถูกรายงานโดย<br>อิหม่ามอะหมัด อบูดาวูด อันนะซาอีย์<br>อิบนุคุซัยมะฮฺ อิบนุหิบบาน และอัลหากิม<br>ซึ่งท่านอัลหากิมระบุว่า<br>เป็นหะดีษเศาะฮีหฺตามเงื่อนไขของบุคอรีย์และมุสลิมครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความหมายของ “อิบาดะฮฺ” และ “อิสติอานะฮฺ”</h3>



<p><strong>อิบาดะฮฺ</strong><br>คือคำที่ครอบคลุม<br>ทุกสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงรักและพอพระทัย<br>ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ<br>ทั้งที่เปิดเผยและที่ซ่อนอยู่ในหัวใจครับ.</p>



<p>ส่วน <strong>อิสติอานะฮฺ (การขอความช่วยเหลือ)</strong><br>คือการพึ่งพาอัลลอฮ์<br>ในการแสวงหาประโยชน์<br>และการปกป้องจากอันตราย<br>พร้อมกับความเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจ<br>ว่าความสำเร็จทั้งหมดมาจากพระองค์ครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">เส้นทางสู่ความสุขที่แท้จริง</h3>



<p>การอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮ์<br>พร้อมกับการขอความช่วยเหลือจากพระองค์<br>คือหนทางเดียว<br>ที่จะนำไปสู่ <strong>ความสุขที่แท้จริงและถาวร</strong> ครับ.</p>



<p>เพราะผู้ที่อิบาดะฮฺโดยไม่พึ่งพาอัลลอฮ์<br>จะเหนื่อยล้าและท้อแท้<br>และผู้ที่อ้างพึ่งพาอัลลอฮ์<br>แต่ไม่อิบาดะฮฺ<br>ก็จะหลงทางเช่นกันครับ.</p>



<p>นี่คือความสมดุลที่อัลฟาติหะฮฺสอนเรา<br>และนี่คือเหตุผลที่อายะฮฺนี้<br>เป็นแก่นกลางของทั้งซูเราะฮฺครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 6 : อิห์ดินัศ-ศิรอฏ็อลมุสตะกีม (اهْدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ)</h2>



<p><em>(&nbsp;ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง)</em></p>



<p>อายะฮฺนี้คือ <strong>ดุอาอ์ที่มุสลิมกล่าวมากที่สุดในชีวิต</strong><br>เพราะเราอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกละหมาดครับ.</p>



<p>คำว่า <strong>“อิห์ดินา”</strong> (اهْدِنَا)<br>หมายถึง ขอพระองค์ทรงชี้นำ<br>ทรงให้ความเข้าใจ<br>และทรงประทานเตาฟีก<br>เพื่อให้เราเดินอยู่บนทางที่ถูกต้องครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความหมายของ “อัศศิรอฏ็อลมุสตะกีม” (الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ)</h3>



<p>อัศ<strong>ศิรอฏ็อลมุสตะกีม</strong> (الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ)<br>คือหนทางที่ชัดเจน ตรง<br>และไม่มีความคดเคี้ยวใดๆ ครับ.</p>



<p>เป็นหนทางที่นำไปสู่<br>ความพอพระทัยของอัลลอฮ์<br>ความสงบของหัวใจ<br>และความสำเร็จในโลกหน้า.</p>



<p>และการขอทางนำนี้<br>ไม่ได้หมายถึงแค่การ “รู้” ทาง<br>แต่หมายถึง<br>การได้รับการชี้นำอย่างต่อเนื่อง<br>การยืนหยัดอยู่บนทางนั้น<br>และการเสียชีวิตบนทางนั้นด้วยครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมผู้ศรัทธาต้องขอฮิดายะฮฺอยู่เสมอ</h3>



<p>แม้ผู้ศรัทธาจะอยู่บนทางที่ถูกต้องแล้ว<br>แต่เขายังต้องขอฮิดายะฮฺอยู่ตลอดครับ.</p>



<p>เพราะการขอฮิดายะฮฺ<br>หมายถึงการขอ <strong>การเพิ่มพูนทางนำ</strong><br>การรักษาหัวใจให้มั่นคง<br>และการจบชีวิตด้วยอีมานครับ.</p>



<p>ไม่มีใครปลอดภัยจากการหลงทาง<br>หากอัลลอฮ์ไม่ทรงดูแลและช่วยเหลือครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">หนทางของผู้ที่ได้รับความโปรดปราน</h3>



<p>ศิรอฏ็อลมุสตะกีม<br>คือหนทางของบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงโปรดปราน<br>ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บรรดานบี</li>



<li>บรรดาผู้สัตย์จริง (ศิดดีกีน)</li>



<li>บรรดาชะฮีด</li>



<li>และบรรดาผู้ทรงคุณธรรม (ศอลิหีน) ครับ.</li>
</ul>



<p>พวกเขาเป็นแบบอย่างของผู้ที่<br>รู้ความจริง<br>ยืนหยัดอยู่บนความจริง<br>และปฏิบัติตามความจริงครับ.</p>



<h2 class="wp-block-heading">อายะฮฺที่ 7 : صِرَٰطَ ٱلَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ غَيْرِ ٱلْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلَا ٱلضَّآلِّينَ</h2>



<p><em>(&nbsp;(คือ) ทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา มิใช่ทางของพวกที่ถูกกริ้ว และมิใช่ทางของพวกที่หลงผิด)</em></p>



<h3 class="wp-block-heading">✨ ความหมายของ “ทางอันเที่ยงตรง”</h3>



<p>และทางอันเที่ยงตรงนี้เองครับ คือทางของบรรดาผู้ที่ <strong>Allah ทรงประทานความโปรดปรานแก่พวกเขา</strong> ดังที่พระองค์ตรัสว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>{ صِرَاطَ الَّذِينَ أَنْعَمْتَ عَلَيْهِمْ }</strong><br>“คือทางของบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแก่พวกเขา”</p>
</blockquote>



<p>ซึ่งผู้ที่ได้รับความโปรดปรานเหล่านี้ ได้แก่<br><strong>บรรดานบี</strong>, <strong>บรรดาผู้ยึดมั่นในความจริง (ศิดดีกีน)</strong>, <strong>บรรดาชะฮีด</strong>, และ <strong>บรรดาผู้ทรงคุณธรรม (ศอลิหีน)</strong>.</p>



<p>นี่คือทางแห่งความถูกต้อง ทางแห่งการศรัทธา การปฏิบัติ และคุณธรรมที่อัลลอฮ์ ทรงพอพระทัย และเป็นทางที่มุสลิมทุกคนขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ ร็อกอะฮฺของการละหมาด ขอให้เราได้รับการชี้นำ เดินอยู่บนทางนี้ และยืนหยัดบนทางนี้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตครับ 🤲</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไม่ใช่หนทางของผู้ถูกกริ้ว และผู้ที่หลงผิด (غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلَا الضَّالِّينَ)</h3>



<p>อัลฟาติหะฮฺยังสอนเราให้ชัดเจนว่า<br>หนทางที่เราขอ<br><strong>ไม่ใช่หนทางของผู้ถูกกริ้ว (المغضوب عليهم)</strong><br>ซึ่งหมายถึงผู้ที่<br>รู้ความจริงแล้ว<br>แต่กลับละทิ้งมัน<br>หรือบิดเบือน เปลี่ยนแปลงมัน<br>เช่นที่เกิดขึ้นกับพวกยิวครับ.</p>



<p>และก็ <strong>ไม่ใช่หนทางของผู้หลงผิด (الضالين)</strong><br>ซึ่งหมายถึงผู้ที่<br>ละทิ้งความจริง<br>เพราะความไม่รู้<br>และความหลงผิด<br>เช่นที่เกิดขึ้นกับพวกคริสเตียนครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทเรียนจากดุอาอ์นี้</h3>



<p>อายะฮฺนี้สอนให้เรารู้ว่า<br>ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ<br>และความตั้งใจดีอย่างเดียวก็ไม่พอเช่นกันครับ.</p>



<p>เราจำเป็นต้องมีทั้ง<br><strong>ความรู้ที่ถูกต้อง</strong><br>และ <strong>การปฏิบัติที่ถูกต้อง</strong><br>ภายใต้การชี้นำของอัลลอฮ์ครับ.</p>



<p>ดังนั้น ทุกครั้งที่เรากล่าวว่า:<br><strong>“อิห์ดินัศ-ศิรอฏ็อลมุสตะกีม”</strong> (اهْدِنَا الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ)<br>ขอให้หัวใจของเรา<br>ตระหนักว่า:<br><strong><em>&#8220;เรากำลังขอสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต<br>นั่นคือ<br>การเดินบนทางที่ถูกต้อง<br>และการจบชีวิตบนทางนั้นครับ.&#8221;</em></strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">คำอธิบายจากอิบนุกะษีร رحمه الله</h2>



<p>อิหม่าม <strong>อิบนุกะษีร</strong> رحمه الله<br>ได้กล่าวไว้ในตัฟซีรของท่านว่า:</p>



<p><bdo lang="عربي" dir="rtl"><strong>وَلَا أَعْلَمُ بَيْنَ الْمُفَسِّرِينَ فِي هَذَا اخْتِلَافًا،</strong><br><strong>يَعْنِي: أَنَّ الْيَهُودَ هُمُ الْمَغْضُوبُ عَلَيْهِمْ، وَالنَّصَارَى هُمُ الضَّالُّونَ.</strong></bdo></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ข้าพเจ้าไม่ทราบเลยว่า<br>ในหมู่บรรดานักตัฟซีรจะมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นนี้”</p>
</blockquote>



<p>ซึ่งหมายความว่า<br>บรรดานักตัฟซีรต่างเห็นพ้องกันว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ผู้ถูกกริ้ว (المغضوب عليهم)</strong><br>หมายถึง <em>ชาวยิว</em></li>



<li><strong>ผู้หลงทาง (الضالون)</strong><br>หมายถึง <em>ชาวคริสเตียน</em></li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง</h3>



<p>อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของอัลกุรอาน<br>ไม่ใช่เพื่อให้เราดูหมิ่นหรือโจมตีผู้ใดครับ<br>แต่เพื่อ <strong>เตือนผู้ศรัทธาไม่ให้เดินซ้ำรอยความผิดพลาดเหล่านั้น</strong>.</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชาวยิวถูกยกเป็นตัวอย่างของ<br>ผู้ที่รู้ความจริง<br>แต่ไม่ปฏิบัติตามมันอย่างครบถ้วน</li>



<li>ชาวคริสเตียนถูกยกเป็นตัวอย่างของ<br>ผู้ที่มีความตั้งใจดี<br>แต่ขาดความรู้ที่ถูกต้อง</li>
</ul>



<p>และบทเรียนนี้<br>ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ศาสนาใดศาสนาหนึ่งเท่านั้นครับ<br>แต่เป็นคำเตือนสำหรับ <strong>อุมมะฮฺนี้ด้วยเช่นกัน</strong>.</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทเรียนสำหรับผู้ละหมาด</h3>



<p>เมื่อเรากล่าวในทุกละหมาดว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>(غَيْرِ الْمَغْضُوبِ عَلَيْهِمْ وَلَا الضَّالِّينَ)</strong></p>
</blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>“ไม่ใช่หนทางของผู้ถูกกริ้ว<br>และไม่ใช่หนทางของผู้ที่หลงผิด”</strong></p>
</blockquote>



<p>เรากำลังขอให้อัลลอฮ์<br>ปกป้องเราจากสองสิ่งนี้พร้อมกันครับ<br>คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การรู้ความจริง แต่ไม่ทำตาม.</li>



<li>และการทำด้วยความตั้งใจดี แต่ไร้ความรู้.</li>
</ul>



<p>เพราะทั้งสองอย่าง<br>ล้วนเป็นสาเหตุของการหลงทางครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปหัวใจของซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ</h3>



<p>ซูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺ<br>จึงสอนเราให้เดินอยู่บนเส้นทางที่สมดุล<br>ระหว่าง<br><strong>ความรู้ที่ถูกต้อง</strong><br>และ<br><strong>การปฏิบัติที่ถูกต้อง</strong></p>



<p>ภายใต้การชี้นำของอัลลอฮ์ سبحانه وتعالى ครับ.</p>



<p>และนี่คือเหตุผลที่อัลฟาติหะฮฺ<br>ไม่ใช่แค่ซูเราะฮฺเปิดอัลกุรอาน<br>แต่เป็นซูเราะฮฺที่เปิดหัวใจของผู้ศรัทธา<br>ในทุกละหมาดครับ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อควรเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์</h3>



<p>มีประเด็นสำคัญที่ควรเน้นย้ำครับ ดังที่ท่านอุละมาอ์ผู้ยิ่งใหญ่ <strong>เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ อันนะญ์ดี</strong> رحمه الله ได้กล่าวไว้ในการอธิบายซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์ว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">أَنَّ بَعْضَ النَّاسِ إِذَا سَمِعَ مِثْلَ هَذَا يَظُنُّ أَنَّهُ مَقْصُورٌ عَلَى الْيَهُودِ وَالنَّصَارَى فَقَطْ، وَالصَّوَابُ أَنَّهُ يَتَنَاوَلُ كُلَّ مَنْ عَمِلَ عَمَلَهُمْ وَسَارَ سِيرَتَهُمْ.</bdo></strong></p>
</blockquote>



<p>บางคนเมื่อได้ยินคำอธิบายเกี่ยวกับ <em>“ผู้ที่ถูกกริ้ว”</em> และ <em>“ผู้หลงทาง”</em><br>อาจเข้าใจว่า หมายถึง <strong>ชาวยิวและชาวคริสต์เท่านั้น</strong>,</p>



<p>แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องคือ<br>👉 ความหมายนี้ <strong>ครอบคลุมถึงทุกคน</strong> ที่กระทำเหมือนพวกเขา<br>ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รู้ความจริงแล้วไม่ปฏิบัติตาม</li>



<li>หรือหลงผิดเพราะความไม่รู้และไม่แสวงหาความจริง</li>
</ul>



<p>ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา หรือยุคสมัยใดครับ.</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">การกล่าว “อามีน” <strong>(آمين)</strong> หลังอ่านอัลฟาติหะฮ์</h3>



<p>และอีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ครับ<br>เมื่ออ่านซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์จบ <strong>เป็นสิ่งที่ส่งเสริม (ซุนนะฮ์)</strong> ให้กล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>อามีน</strong> <strong>(آمين)</strong></p>
</blockquote>



<p>โดยคำว่า <strong>อามีน ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของซูเราะฮ์อัลฟาติหะฮ์</strong><br>อย่างที่บางท่านอาจเข้าใจผิดกันครับ</p>



<p>ความหมายของคำว่า <strong>อามีน</strong> คือ</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><em>“โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงตอบรับคำดุอาวิงวอนด้วยเถิด”</em> </p>
</blockquote>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>والله أعلم</strong><br>และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่งครับ 🤍</p>



<h2 class="wp-block-heading">ความหมายของคำ (معاني الكلمات)</h2>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ بِسْمِ اللَّهِ ﴾</bdo></strong><br>หมายถึง: <em>ข้าพเจ้าเริ่มต้นการอ่านของข้าพเจ้า โดยขอความช่วยเหลือด้วยพระนามของ Allah</em></p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ الرَّحْمَانِ ﴾</bdo></strong><br>ผู้ซึ่งความเมตตาของพระองค์แผ่กว้างครอบคลุมสรรพสิ่งทั้งหมด</p>



<p><bdo lang="arabic" dir="rtl"><strong>﴿ الرَّحِيمِ ﴾</strong><br></bdo>ผู้ทรงเมตตาต่อบรรดาผู้ศรัทธาเป็นพิเศษ</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ رَبِّ ﴾</bdo></strong><br>พระผู้อภิบาล คือผู้ทรงเลี้ยงดูสิ่งถูกสร้างของพระองค์ด้วยบรรดาความโปรดปราน</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ الْعَالَمِينَ ﴾</bdo></strong><br>ทุกสิ่งทุกอย่างที่นอกเหนือจาก Allah ผู้ทรงสูงส่ง</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ يَوْمِ الدِّينِ ﴾</bdo></strong><br>วันแห่งการตอบแทนและการชำระบัญชี (วันกิยามะฮฺ)</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ إِيَّاكَ نَعْبُدُ ﴾</bdo></strong><br>เราจะไม่เคารพภักดีต่อผู้ใด นอกจากพระองค์เท่านั้น</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ ﴾</bdo></strong><br>เราไม่ขอความช่วยเหลือในการสนองความต้องการของเรา เว้นแต่จากพระองค์เท่านั้น</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ الصِّرَاطَ الْمُسْتَقِيمَ ﴾</bdo></strong><br>หนทางที่เที่ยงตรง ไม่มีความคดเคี้ยว และหนทางนั้นคืออิสลาม</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ غَيْرِ الْمَغْضُوبِ ﴾</bdo></strong><br>คือพวกยิว และผู้ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับพวกเขา ในการละทิ้งการปฏิบัติตามความรู้</p>



<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿ الضَّالِّينَ ﴾</bdo></strong><br>คือพวกคริสเตียน และผู้ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับพวกเขา ในการปฏิบัติโดยปราศจากความรู้</p>



<p><kbd>แหล่งอ้างอิง: <a href="https://surahquran.com/tafsir-assadi/1.html" target="_blank" rel="noopener">تفسير السعدي</a>&nbsp;, <a href="https://www.islamweb.net/ar/fatwa/11233/%D8%AA%D9%81%D8%B3%D9%8A%D8%B1-%D8%B3%D9%88%D8%B1%D8%A9-%D8%A7%D9%84%D9%81%D8%A7%D8%AA%D8%AD%D8%A9" target="_blank" rel="noopener">islamweb </a>, <a href="https://cp.alukah.net/sharia/0/147158/%D9%85%D8%AE%D8%AA%D8%B5%D8%B1-%D8%AA%D9%81%D8%B3%D9%8A%D8%B1-%D8%A7%D9%84%D9%82%D8%B1%D8%A2%D9%86-%D8%AA%D8%AF%D8%A8%D8%B1-%D9%88%D8%B9%D9%85%D9%84-%D8%B3%D9%88%D8%B1%D8%A9-%D8%A7%D9%84%D9%81%D8%A7%D8%AA%D8%AD%D8%A9/" target="_blank" rel="noopener">alukah.net</a></kbd></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/tafseer-surah-al-fatihah/">ตัฟซีร ซูเราะฮฺ อัลฟาติหะฮฺ | คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/tafseer-surah-al-fatihah/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมองของผู้หญิงกับความลับในอัลกุรอาน: เมื่อวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้แล้วกว่า 1,400 ปีก่อน</title>
		<link>https://samanloh.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://samanloh.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2025 13:12:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สมองของผู้หญิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9782</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “สมองของผู้หญิงสามารถทำหลายสิ่งพร...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3/">สมองของผู้หญิงกับความลับในอัลกุรอาน: เมื่อวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้แล้วกว่า 1,400 ปีก่อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “สมองของผู้หญิงสามารถทำหลายสิ่งพร้อมกันได้”<br>แต่รู้ไหมว่า งานวิจัยสมัยใหม่กำลังยืนยันสิ่งที่อัลกุรอานได้บอกไว้ตั้งแต่กว่า 14 ศตวรรษที่แล้ว —<br>ว่าผู้หญิงมีความพิเศษที่ไม่เหมือนกับผู้ชาย ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และวิธีคิด.</p>



<h3 class="wp-block-heading">🧠 สมองของผู้หญิงทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน</h3>



<p>งานวิจัยจากสหรัฐฯ พบว่า สมองของผู้หญิงมีการเชื่อมต่อระหว่างซีกซ้ายและขวามากกว่าผู้ชาย<br>ซึ่งช่วยให้ผู้หญิงสามารถทำหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br>ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด คิด และตอบสนองทางอารมณ์ไปพร้อม ๆ กัน</p>



<p>สมองของผู้หญิงยังคงทำงานแม้ในยามหลับ ทำให้เธอต้องการเวลานอนมากกว่าผู้ชาย<br>เพราะการทำงานของสมองที่ไม่หยุดพักนั้นต้องการการฟื้นฟูมากกว่า</p>



<p>หากผู้หญิงนอนหลับไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อสุขภาพอย่างมาก ทั้งด้านอารมณ์และร่างกาย เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาวะซึมเศร้า</li>



<li>ความเครียด</li>



<li>โรคหัวใจ</li>



<li>โรคเบาหวาน</li>



<li>ความดันโลหิตสูง</li>
</ul>



<p>ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้หญิง “งีบหลับระหว่างวัน” สัก 20–40 นาที เพื่อช่วยฟื้นฟูสมองและลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพ.</p>



<h3 class="wp-block-heading">🌺 ความแตกต่างที่พระองค์ทรงสร้างไว้ด้วยฮิกมะฮ์</h3>



<p>เมื่อเรามองผ่านแว่นแห่งอัลกุรอาน ความแตกต่างระหว่างชายกับหญิงไม่ได้หมายถึงความเหนือกว่าหรือด้อยกว่า<br>แต่คือการออกแบบจากอัลลอฮ์ด้วย <strong>ฮิกมะฮ์</strong> (ปัญญาอันลึกซึ้ง)<br>เพื่อให้แต่ละเพศสามารถทำหน้าที่ของตนได้ดีที่สุด</p>



<p>อัลลอฮ์ตรัสว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>“وَلَيْسَ الذَّكَرُ كَالْأُنْثَى”</strong><br>“และใช่ว่าเพศชายนั้นจะเหมือนกันเพศหญิงก็หาไม่”<br>(อาลิอิมรอน 3:36)</p>
</blockquote>



<p>อิหม่าม มุฮัมมัด อัช-ชะอ์รอวีย์ อธิบายว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“อย่าคิดว่าเด็กชายที่เจ้าปรารถนาจะมีเกียรติเท่ากับเด็กหญิงคนนี้ เพราะเด็กหญิงคนนี้จะมีภารกิจอันยิ่งใหญ่กว่าที่เจ้าคิด”</p>
</blockquote>



<p>อัลลอฮ์ทรงชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างนี้ไม่ได้เพื่อเปรียบเทียบ แต่เพื่อให้มนุษย์ตระหนักว่า<br><strong>ผู้หญิงมีคุณค่าที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดไว้อย่างเฉพาะตัว และไม่มีใครแทนที่ได้</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading">🌙 วิทยาศาสตร์คือเครื่องยืนยันอัลกุรอาน</h3>



<p>ทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบสิ่งที่อัลกุรอานได้กล่าวไว้นานแล้ว<br>ว่าสมองของผู้หญิงนั้นละเอียด ซับซ้อน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลหลายด้านพร้อมกันได้<br>เพื่อให้เธอสามารถดูแลชีวิตรอบตัว — ทั้งครอบครัว อารมณ์ และศรัทธา — ได้อย่างสมดุล</p>



<p>สิ่งนี้คือหลักฐานแห่งความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้าง<br>ที่ได้วาง “คุณค่าของผู้หญิง” ไว้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านกาย ใจ และจิตวิญญาณ</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>ซุบฮานัลลอฮ์… พระองค์ทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พระองค์สร้าง</strong> 🌷</p>
</blockquote>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3/">สมองของผู้หญิงกับความลับในอัลกุรอาน: เมื่อวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้แล้วกว่า 1,400 ปีก่อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมดวงจันทร์ค่อยๆ ห่างออกจากโลก? มุมมองวิทยาศาสตร์และอัลกุรอาน</title>
		<link>https://samanloh.com/%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://samanloh.com/%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 03:51:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์กับอิสลาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9727</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดวงจันทร์เป็นเพื่อนคู่ฟ้าที่อยู่กับโลกมาตลอด แต่คุณรู้ไ...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">ทำไมดวงจันทร์ค่อยๆ ห่างออกจากโลก? มุมมองวิทยาศาสตร์และอัลกุรอาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ดวงจันทร์เป็นเพื่อนคู่ฟ้าที่อยู่กับโลกมาตลอด แต่คุณรู้ไหมว่ามันกำลังค่อยๆ ห่างออกจากเราอยู่จริงๆ? นักวิทยาศาสตร์วัดได้ว่าดวงจันทร์ถอยห่างจากโลกประมาณ <strong>3.8 เซนติเมตรต่อปี</strong> หรือราว <strong>1.5 นิ้วต่อปี</strong> ผลนี้เล็กน้อยมากจนแทบไม่รู้สึกได้ แต่ก็น่าสนใจว่าทำไมจึงเกิดขึ้น.</p>



<h3 class="wp-block-heading">เพราะ “แรงน้ำขึ้นน้ำลง” ของโลก</h3>



<p>สาเหตุหลักที่ดวงจันทร์ห่างออกจากโลกคือ <strong>แรงน้ำขึ้นน้ำลง (Tidal Forces)</strong> เมื่อโลกหมุน น้ำทะเลจะนูนขึ้นเป็นสองจุด หนึ่งหันไปทางดวงจันทร์ อีกหนึ่งหันไปทางตรงข้าม แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ดึงน้ำทะเลไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการถ่ายโอนพลังงานจากโลกไปยังดวงจันทร์.</p>



<p>ผลคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ดวงจันทร์ได้รับพลังงาน ทำให้วงโคจรขยายออก ค่อยๆ ห่างจากโลก.</li>



<li>โลกหมุนช้าลงเล็กน้อย ทำให้หนึ่งวันยาวขึ้นนิดเดียว (เล็กจนแทบไม่รู้สึก)</li>
</ul>



<p>นี่เป็นกระบวนการที่ใช้เวลายาวนานมาก <strong>หลายล้านปี</strong> กว่าที่จะเห็นผลชัดเจน</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะหลุดจากแรงโน้มถ่วงโลกไหม?</h3>



<p>นักวิทยาศาสตร์บอกว่า วันหนึ่งในอนาคตอันไกลโพ้น โลกอาจหมุนช้าลงจน “ล็อก” กับดวงจันทร์ (tidally locked) คือหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบเท่ากับเวลาที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกหนึ่งรอบ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์ด้านเดียวตลอด แต่กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาหลายพันล้านปี และก่อนถึงจุดนั้น ดวงอาทิตย์จะสว่างขึ้นจนทำให้ทะเลระเหย และสุดท้ายขยายตัวเป็นดาวยักษ์แดงซึ่งอาจทำลายทั้งโลกและดวงจันทร์</p>



<h3 class="wp-block-heading">มุมมองจากอัลกุรอาน</h3>



<p>อัลลอฮ์ได้เชิญชวนให้มนุษย์ไตร่ตรองสรรพสิ่งบนท้องฟ้าและโลก ว่ามันไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นหลักฐานถึงพระเดชานุภาพของพระองค์ เช่น อัลกุรอานกล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>إِنَّ فِى ٱخْتِلَـٰفِ ٱلَّيْلِ وَٱلنَّهَارِ وَمَا خَلَقَ ٱللَّهُ فِى ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضِ لَـَٔايَـٰتٍۢ لِّقَوْمٍۢ يَتَّقُونَ ٦</p>



<p><strong>“ แท้จริงการสับเปลี่ยนของกลางคืนและกลางวัน และที่อัลลอฮฺทรงสร้างในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้น แน่นอน เป็นสัญญาณแก่กลุ่มชนที่มีความยำเกรง”</strong><br>(<a href="https://quran.com/th/yunus" target="_blank" rel="noopener">ซูเราะฮ์ ยูนุส 10:6</a>)</p>
</blockquote>



<p>และอีกอายะห์หนึ่งว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>هُوَ ٱلَّذِى جَعَلَ ٱلشَّمْسَ ضِيَآءًۭ وَٱلْقَمَرَ نُورًۭا وَقَدَّرَهُۥ مَنَازِلَ لِتَعْلَمُوا۟ عَدَدَ ٱلسِّنِينَ وَٱلْحِسَابَ ۚ مَا خَلَقَ ٱللَّهُ ذَٰلِكَ إِلَّا بِٱلْحَقِّ ۚ يُفَصِّلُ ٱلْـَٔايَـٰتِ لِقَوْمٍۢ يَعْلَمُونَ ٥</p>



<p><strong>“ พระองค์ทรงทำให้ดวงอาทิตย์มีแสงจ้าและดวงจันทร์มีแสงนวล และทรงกำหนดให้มันมีทางโคจร เพื่อพวกท่านจะได้รู้จำนวนปีและการคำนวณ อัลลอฮฺมิได้ทรงสร้างสิ่งเหล่านนั้น เว้นแต่ด้วยความจริง พระองค์ทรงจำแนกสัญญาณต่าง ๆ สำหรับหมู่ชนที่มีความรู้”</strong><br>(<a href="https://quran.com/th/yunus" target="_blank" rel="noopener">ซูเราะฮ์ ยูนุส 10:5</a>)</p>
</blockquote>



<p>การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องฟิสิกส์ แต่เป็นสัญญาณแห่งพระปรีชาญาณของอัลลอฮ์ให้เราตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ดวงจันทร์ค่อยๆ ห่างจากโลกปีละ 3.8 ซม. เพราะแรงน้ำขึ้นน้ำลง.</li>



<li>ผลกระทบเล็กน้อยมาก ไม่ต้องกังวล.</li>



<li>กระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดของอัลลอฮ์ ซึ่งเราสามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจให้ศรัทธามั่นคงยิ่งขึ้น.</li>
</ul>



<p>เมื่อเราได้รู้ข้อเท็จจริงนี้ ลองออกไปมองท้องฟ้าในคืนเดือนเพ็ญ แล้วรำลึกถึงพระองค์ว่า <strong>ทุกสิ่งบนฟ้าและดินนี้ดำเนินไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา</strong>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">ทำไมดวงจันทร์ค่อยๆ ห่างออกจากโลก? มุมมองวิทยาศาสตร์และอัลกุรอาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>🌍 โลกหมุนเร็วขึ้น? คำเตือนนักวิทยาศาสตร์จีน กับสัญญาณวันสิ้นโลก</title>
		<link>https://samanloh.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%a7/</link>
					<comments>https://samanloh.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%a7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 03:29:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณวันสิ้นโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9724</guid>

					<description><![CDATA[<p>🔹 รายงานที่สั่นสะเทือนโลก ในรายงานที่สร้างความตกตะลึงแล...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%a7/">🌍 โลกหมุนเร็วขึ้น? คำเตือนนักวิทยาศาสตร์จีน กับสัญญาณวันสิ้นโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="wp-block-heading">🔹 รายงานที่สั่นสะเทือนโลก</h3>



<p>ในรายงานที่สร้างความตกตะลึงและน่าหวาดหวั่น กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของจีนได้ออกมาเตือนซึ่งถือว่าเป็นคำเตือนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ พวกเขาเปิดเผยว่าโลกของเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจทำให้ “ระยะเวลาของหนึ่งวัน” ค่อย ๆ หดสั้นลง</p>



<h3 class="wp-block-heading">🔹 ความเร็วหมุนโลกกำลังเปลี่ยน</h3>



<p>ตามที่นักวิจัยประกาศ ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลกกำลังเกิดความแปรปรวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าวันที่เรารู้จักกันว่า 24 ชั่วโมง อาจค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย เปลี่ยนระบบชั่วโมงและนาทีไปสู่รูปแบบใหม่ที่สร้างความสับสนต่อมนุษยชาติทั้งหมด</p>



<p>⏳ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ซ่อนภัยคุกคามไว้หลายด้าน:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อาจทำให้ระบบภูมิอากาศปั่นป่วน</li>



<li>เกิดพายุและเฮอริเคนรุนแรงมากขึ้น</li>



<li>ความเคลื่อนไหวของน้ำขึ้น-น้ำลงสับสน</li>



<li>รบกวนระบบนำทางและการสื่อสารที่ต้องอาศัยความแม่นยำของเวลา</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="769" src="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/5cc0ec7fc97d43d6b60813718aa8baeb-1024x769.jpeg" alt="" class="wp-image-9726" srcset="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/5cc0ec7fc97d43d6b60813718aa8baeb-1024x769.jpeg 1024w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/5cc0ec7fc97d43d6b60813718aa8baeb-300x225.jpeg 300w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/5cc0ec7fc97d43d6b60813718aa8baeb-768x577.jpeg 768w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/5cc0ec7fc97d43d6b60813718aa8baeb-640x480.jpeg 640w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/5cc0ec7fc97d43d6b60813718aa8baeb.jpeg 1300w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">🔹 นักวิทยาศาสตร์เตือน “ไม่ต้องรอพันปี”</h3>



<p>นักวิทยาศาสตร์จีนย้ำว่า ปรากฏการณ์นี้อาจไม่ต้องใช้เวลานานนับพันปีเหมือนที่หลายคนเคยคิด แต่อาจมีสัญญาณแรกปรากฏภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ทำให้มนุษยชาติต้องเผชิญความท้าทายด้านการดำรงอยู่รูปแบบใหม่ และทุกวันที่ผ่านไป “เรื่องของเวลา” กลายเป็นอาวุธล่องหนที่คุกคามเสถียรภาพของอารยธรรม</p>



<h3 class="wp-block-heading">🔹 สัญญาณนี้เชื่อมโยงกับศาสนาหรือไม่?</h3>



<p>สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือหลายคนเชื่อมโยงคำเตือนทางวิทยาศาสตร์นี้กับสิ่งที่ปรากฏในคัมภีร์ศาสนาเกี่ยวกับ “สัญญาณวันสิ้นโลก” เพราะมีหะดีษระบุว่า หนึ่งในสัญญาณคือ “ความใกล้เข้ามาของเวลาและความเร็วของวัน” จนสั้นอย่างไม่น่าเชื่อ</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><bdo lang="arabic" dir="rtl">﴿اقْتَرَبَ لِلنَّاسِ حِسَابُهُمْ وَهُمْ فِي غَفْلَةٍ مُّعْرِضُونَ﴾</bdo></strong><br>“ เวลาแห่งการคิดบัญชีของมนุษย์ได้ใกล้เขามาแล้ว โดยที่พวกเขาอยู่ในสภาพหลงลืม เป็นผู้ผินหลังให้” (<a href="https://quran.com/th/al-anbya" target="_blank" rel="noopener">อัล-อันบิยาอ์ 21:1</a>)</p>
</blockquote>



<h3 class="wp-block-heading">🔹 โลกอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</h3>



<p>โลกกำลังยืนอยู่บนขอบความจริงที่น่าขนลุก วันอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และ “เวลา” เองอาจหดตัวลง นำพามนุษยชาติไปสู่ยุคแห่งความวุ่นวายและความสับสนที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์</p>



<p>😦 นี่อาจเป็นอีกหนึ่งคำเตือนให้เรากลับมาทบทวนชีวิต เตรียมใจ และหันกลับสู่หนทางที่ถูกต้องตามคำสอนของอัลลอฮ์.</p>



<p>แหล่งข้อมูลอ้างอิง: <a href="https://insights.made-in-china.com/th/Is-Earth-Really-Spinning-Faster-And-Should-We-Worry_aGgTfQFvqJDO.html" target="_blank" rel="noopener">insights.made-in-china.com</a>, <a href="https://www.youtube.com/watch?v=JsqC2JUOZuU" target="_blank" rel="noopener">youtube ชีวิตสดใส / Bright Side Thai</a>, <a href="https://www.sohu.com/a/528533026_121029100" target="_blank" rel="noopener">sohu.com</a><br><br><br><br><br></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%a7/">🌍 โลกหมุนเร็วขึ้น? คำเตือนนักวิทยาศาสตร์จีน กับสัญญาณวันสิ้นโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์ – ทำไมข้อความเก่า 1,400 ปีจึงตรงกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่</title>
		<link>https://samanloh.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://samanloh.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 17:41:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อัลกุรอานและวิทยาศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9716</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเราเรียนรู้โลกมากขึ้น วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องขัดก...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/">อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์ – ทำไมข้อความเก่า 1,400 ปีจึงตรงกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>เมื่อเราเรียนรู้โลกมากขึ้น วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องขัดกับศรัทธาเสมอไป — บางครั้งมันกลับเป็นกระจกสะท้อนความมหัศจรรย์ของการเปิดเผย ข้อความบางตอนในอัลกุรอานที่เขียนไว้ตั้งแต่กว่า 1,400 ปีก่อน กลับตรงกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ค้นพบ</p>
</blockquote>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">1. ศรัทธากับวิทยาศาสตร์: ก้าวเดินเคียงคู่</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในอิสลาม การแสวงหาความรู้ถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้ศรัทธา</li>



<li>วิทยาศาสตร์ช่วยให้เราเข้าใจโลกและชีวิตรอบตัวได้ลึกซึ้ง</li>



<li>ข้อความในอัลกุรอานบางตอนถูกเขียนมาเพื่อให้มนุษย์ <strong>คิด วิเคราะห์ และสะท้อนถึงความมหัศจรรย์ของการสร้างโลก</strong></li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">2. ตัวอย่างความสอดคล้องระหว่างอัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์</h2>



<h3 class="wp-block-heading">การสร้างจักรวาล (Big Bang)</h3>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>อัลกุรอานกล่าวว่า “ฟ้าและดินเคยเป็นหนึ่งเดียว แล้วถูกแยกออก”<br><strong>ความสอดคล้อง:</strong> คล้ายกับทฤษฎี Big Bang ที่จักรวาลเริ่มจากจุดเดียวแล้วขยายออก</p>
</blockquote>



<p>อัลลอฮ์ซุบฮานาฮูวะตะอาลาทรงตรัสไว้ใน<strong>อัลกุรอานกล่าวว่า:</strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“أَوَلَمْ يَرَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓا۟ أَنَّ ٱلسَّمَـٰوَٰتِ وَٱلْأَرْضَ كَانَتَا رَتْقًۭا فَفَتَقْنَـٰهُمَا ۖ وَجَعَلْنَا مِنَ ٱلْمَآءِ كُلَّ شَىْءٍ حَىٍّ ۖ أَفَلَا يُؤْمِنُونَ ٣٠”<br><em>(<a href="https://quran.com/th/al-anbya/21-30" target="_blank" rel="noopener">ซูเราะห์ อัลอันบิยาอ์ 21:30</a>)</em><br><strong>คำแปล:</strong> “ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นแต่ก่อนนี้รวมติดเป็นอันเดียวกัน แล้วเราได้แยกมันทั้งสองออกจากกัน และเราได้ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตมาจากน้ำ ดังนั้นพวกเขาจะยังไม่ศรัทธาอีกหรือ”</p>
</blockquote>



<p><strong>ความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คล้ายกับทฤษฎี Big Bang ที่จักรวาลเริ่มจากจุดเดียวแล้วขยายออก</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="640" src="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/space-9250868_1280-1024x640.jpg" alt="จักรวาลเริ่มจาก Big Bang" class="wp-image-9717" srcset="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/space-9250868_1280-1024x640.jpg 1024w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/space-9250868_1280-300x188.jpg 300w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/space-9250868_1280-768x480.jpg 768w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/space-9250868_1280.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">วงโคจรของดวงดาวและดวงจันทร์</h3>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>อัลกุรอานระบุว่าดวงดาวแต่ละดวงเคลื่อนที่ในวงโคจรของตนเอง<br><strong>ความสอดคล้อง:</strong> วิทยาศาสตร์ยืนยันว่าดาวเคราะห์และดวงจันทร์มีวงโคจรชัดเจน</p>
</blockquote>



<p>อัลลอฮ์ซุบฮานาฮูวะตะอาลาทรงตรัสไว้ใน<strong>อัลกุรอานกล่าวว่า:</strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“وَٱلشَّمْسُ تَجْرِى لِمُسْتَقَرٍّۢ لَّهَا ۚ ذَٰلِكَ تَقْدِيرُ ٱلْعَزِيزِ ٱلْعَلِيمِ ٣٨ وَٱلْقَمَرَ قَدَّرْنَـٰهُ مَنَازِلَ حَتَّىٰ عَادَ كَٱلْعُرْجُونِ ٱلْقَدِيمِ ٣٩”<br><em>(<a href="https://quran.com/th/ya-sin/38-40" target="_blank" rel="noopener">ซูเราะห์ ยาซีน 36:38</a>-39)</em><br><strong>คำแปล:</strong> “และดวงอาทิตย์โคจรตามวิถีของมัน นั่นคือ การกำหนดของพระผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้ และดวงจันทร์นั้น เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง จนกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง”</p>
</blockquote>



<p><strong>ความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ยืนยันว่าดวงดาวและดวงจันทร์มีวงโคจรเฉพาะตัว</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="642" src="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/solar-system-11111_1280-1024x642.jpg" alt="วงโคจรของดาวเคราะห์และดวงจันทร์" class="wp-image-9718" srcset="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/solar-system-11111_1280-1024x642.jpg 1024w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/solar-system-11111_1280-300x188.jpg 300w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/solar-system-11111_1280-768x482.jpg 768w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/solar-system-11111_1280.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">วัฏจักรของน้ำบนโลก</h3>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>อัลกุรอานกล่าวถึงน้ำฝนซึมลงดินแล้วกลับมาเป็นน้ำพุ<br><strong>ความสอดคล้อง:</strong> ตรงกับ hydrology สมัยใหม่ — น้ำซึมลงดิน ไหลผ่านชั้นดิน แล้วแยกเป็นน้ำใต้ดินและน้ำผิวดิน</p>
</blockquote>



<p>อัลลอฮ์ซุบฮานาฮูวะตะอาลาทรงตรัสไว้ใน<strong>อัลกุรอานกล่าวว่า:</strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“وَٱلَّذِى نَزَّلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءًۢ بِقَدَرٍۢ فَأَنشَرْنَا بِهِۦ بَلْدَةًۭ مَّيْتًۭا ۚ كَذَٰلِكَ تُخْرَجُونَ ١١”<br><em>(ซูเราะห์ Az-Zukhruf :11)</em><br><strong>คำแปล:</strong> “ และเป็นผู้ทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟากฟ้าตามปริมาณ และด้วยน้ำนั้นเราได้ทรงทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งมีชีวิตชีวาขึ้น เช่นนั้นแหละพวกเจ้าจะถูกให้ออกมา (จากกุบูร)”</p>
</blockquote>



<p><strong>ความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>น้ำฝนซึมลงดินและไหลเป็นน้ำใต้ดินหรือแม่น้ำผิวดิน</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="562" src="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/hydrosphere-1929070_1280-1024x562.png" alt="" class="wp-image-9719" srcset="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/hydrosphere-1929070_1280-1024x562.png 1024w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/hydrosphere-1929070_1280-300x165.png 300w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/hydrosphere-1929070_1280-768x421.png 768w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/hydrosphere-1929070_1280.png 1280w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">การพัฒนาการตัวอ่อน</h3>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>อัลกุรอานกล่าวถึง nutfah (น้ำเล็ก ๆ), alaqah (สิ่งที่เกาะติด), mudghah (ก้อนเนื้อที่เคี้ยวแล้ว) และกระดูกที่หุ้มด้วยเนื้อ<br><strong>ความสอดคล้อง:</strong> ตรงกับชีววิทยาเรื่องการปฏิสนธิและการสร้างอวัยวะของตัวอ่อน</p>
</blockquote>



<p>อัลลอฮ์ซุบฮานาฮูวะตะอาลาทรงตรัสไว้ใน<strong>อัลกุรอานกล่าวว่า:</strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“ثُمَّ خَلَقْنَا ٱلنُّطْفَةَ عَلَقَةًۭ فَخَلَقْنَا ٱلْعَلَقَةَ مُضْغَةًۭ فَخَلَقْنَا ٱلْمُضْغَةَ عِظَـٰمًۭا فَكَسَوْنَا ٱلْعِظَـٰمَ لَحْمًۭا ثُمَّ أَنشَأْنَـٰهُ خَلْقًا ءَاخَرَ ۚ فَتَبَارَكَ ٱللَّهُ أَحْسَنُ ٱلْخَـٰلِقِينَ ١٤”<br><em>(<a href="https://quran.com/th/al-muminun" target="_blank" rel="noopener">ซูเราะห์อัลมุมีนูน 23:14</a>)</em><br><strong>คำแปล:</strong> “แล้วเราได้ทำให้เชื้ออสุจิกลายเป็นก้อนเลือดแล้วเราได้ทำให้ก้อนเลือดกลายเป็นก้อนเนื้อแล้วเราได้ทำให้ก้อนเนื้อกลายเป็นกระดูก แล้วเราหุ้มกระดูกนั้นด้วยเนื้อ แล้วเราได้เป่าวิญญาณให้เขากลายเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง ดังนั้นอัลลอฮฺทรงจำเริญยิ่ง ผู้ทรงเลิศแห่งปวงผู้สร้าง”</p>
</blockquote>



<p><strong>ความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์:</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สอดคล้องกับขั้นตอนพัฒนาการตัวอ่อนในวิชาชีววิทยา</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="677" src="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/embryo-7036773_1280-1024x677.jpg" alt="การพัฒนาตัวอ่อนของมนุษย์" class="wp-image-9720" srcset="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/embryo-7036773_1280-1024x677.jpg 1024w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/embryo-7036773_1280-300x198.jpg 300w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/embryo-7036773_1280-768x508.jpg 768w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/embryo-7036773_1280.jpg 1280w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">3. ข้อคิดจากการศึกษา</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>อัลกุรอานไม่ได้เป็นตำราวิทยาศาสตร์ แต่กระตุ้นให้คิด วิเคราะห์ และสังเกตธรรมชาติ</li>



<li>ข้อความหลายตอนสอดคล้องกับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ค้นพบในยุคปัจจุบัน</li>



<li>ศรัทธากับความรู้สามารถเติมเสริมกันได้ ถ้าเราเปิดใจเรียนรู้</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">เกร็ดน่ารู้</h3>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศส ดร. มอริซ บูกาเย่ ศึกษาเรื่องนี้และเขียนหนังสือชื่อ “The Bible, the Qur’an and Science” ที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากสนใจศรัทธาอิสลามและวิทยาศาสตร์ไปพร้อมกัน</p>
</blockquote>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="254" height="400" src="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/images.jpeg" alt="หนังสือ The Bible, the Qur’an and Science โดย Dr.Maurice Bucaille" class="wp-image-9721" srcset="https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/images.jpeg 254w, https://samanloh.com/wp-content/uploads/2025/09/images-191x300.jpeg 191w" sizes="auto, (max-width: 254px) 100vw, 254px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>อัลกุรอานมีข้อความหลายตอนที่ท้าทายกาลเวลา ไม่ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ แต่กลับช่วยให้เรา <strong>ใช้ปัญญา ศึกษา และเพิ่มศรัทธา</strong><br>การศึกษาเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจว่า <strong>ศรัทธาและความรู้สามารถก้าวเดินเคียงคู่กัน</strong>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/">อัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์ – ทำไมข้อความเก่า 1,400 ปีจึงตรงกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำเตือนแรงจากอัลกุรอาน: فَوَيْلٌ لِلْمُصَلِّينَ – บทเรียนสำหรับผู้ละเลยละหมาด</title>
		<link>https://samanloh.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://samanloh.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 15:11:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอาน ตัฟซีร]]></category>
		<category><![CDATA[คำเตือนแรงผู้ละหมาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9698</guid>

					<description><![CDATA[<p>คำเตือนจากอัลกุรอาน อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงตรัสว่า: {فَوَ...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94/">คำเตือนแรงจากอัลกุรอาน: فَوَيْلٌ لِلْمُصَلِّينَ – บทเรียนสำหรับผู้ละเลยละหมาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="wp-block-heading">คำเตือนจากอัลกุรอาน</h3>



<p>อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงตรัสว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><bdo lang="arabic" dir="rtl">{فَوَيْلٌ لِلْمُصَلِّينَ * الَّذِينَ هُمْ عَنْ صَلَاتِهِمْ سَاهُونَ} (الماعون: 4-5)</bdo></p>



<p>ความว่า:  ดังนั้น ความหายนะจงมีแด่บรรดาผู้ทำละหมาด*  ผู้ที่พวกเขาละเลยต่อการละหมาดของพวกเขา</p>
</blockquote>



<p>คำว่า <strong>“ويل”</strong> ในอายะห์นี้ บรรดานักตัฟซีรอธิบายว่าเป็น <strong>หุบเหวในนรก</strong> หรือ <strong>การลงโทษที่รุนแรง</strong> ซึ่งเป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่ “ละเลย” หรือ “ไม่ใส่ใจ” ในละหมาดของตน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความหมายของ “الَّذِينَ هُمْ عَنْ صَلَاتِهِمْ سَاهُونَ”</h3>



<p>อุละมาอ์หลายท่าน เช่น อิบนุ อับบาส, อิบนุ กะษีร, กุรตุบี อธิบายว่า “สาฮูน” ในที่นี้ <strong>ไม่ใช่</strong> การเผลอหรือลืมในละหมาด (ซึ่งทุกคนรวมถึงท่านนบี ﷺ เองก็เคยเผลอ) แต่หมายถึงการ <strong>ละเลยเกี่ยวกับละหมาด</strong> เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ใส่ใจเวลาละหมาด จนละหมาดเกินเวลาที่กำหนด</li>



<li>ละหมาดเพียง “ภายนอก” แต่ขาดความตั้งใจ ความสงบ และขาดคุชูอ์</li>



<li>ทำละหมาดเพื่อ “อวด” (ริยาอ์) ไม่ได้ทำเพื่ออัลลอฮ์จริง ๆ</li>



<li>บางคนละหมาดเฉพาะต่อหน้าคน แต่ไม่ละหมาดเมื่อตัวเองอยู่ลำพัง</li>
</ul>



<p>ดังที่อิบนุ กะษีรกล่าวว่า “คำว่า ‘عن صلاتهم’ ครอบคลุมทุกลักษณะเหล่านี้ และใครที่มีลักษณะเหล่านี้ก็จะมีส่วนในคำเตือนนี้”</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความแตกต่างระหว่าง “عن” กับ “في”</h3>



<p>อุละมาอ์ เช่น อิบนุ อับบาส, อิบนุ อะรอบี และอิหม่าม มุฮัมมัด มุฏอลลีย์ อัชชะอรอาวีอธิบายว่า ถ้าอัลลอฮ์ตรัสว่า <strong>“في صلاتهم ساهون”</strong> จะหมายถึงการเผลอระหว่างละหมาด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การใช้คำว่า <strong>“عن”</strong> หมายถึงการเผลอหรือไม่สนใจ <strong>เกี่ยวกับละหมาด</strong> ซึ่งเป็นพฤติกรรมของพวกมุนาฟิกีนและผู้ที่ประมาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">หะดีษเตือน “ละหมาดมุนาฟิก”</h3>



<p>มีหะดีษบ่งชี้ว่าการล่าช้าต่อการละหมาดเป็นหนึ่งในคุณลักษณะของบรรดามุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-right"><bdo lang="arabic" dir="rtl"><br>تِلْكَ صَلَاةُ الْمُنَافِقِ، يَجْلِسُ يَرْقُبُ الشَّمْسَ حَتَّى إِذَا كَانَتْ بَيْنَ قَرْنَيِ الشَّيْطَانِ قَامَ، فَنَقَرَهَا أَرْبَعًا، لَا يَذْكُرُ اللَّهَ فِيهَاإِلَّا قَلِيلًا</bdo></p>



<p>“นั่นคือละหมาดของมุนาฟิก(ผู้กลับกลอก) เขาจะนั่งเฝ้าสังเกตดวงอาทิตย์ จนกระทั่งเมื่อมั่นอยู่ระหว่างสองเขาของชัยฏอน(ใกล้จะลับขอบฟ้า) เขาก็ลุกไปก้มจิก 4 ครั้ง(เหมือนนกจิกเมล็ดพืช หมายถึงก้มเงย 4 ร็อกอะฮฺ) โดยไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮฺใน 4 ร็อกอะฮฺนั้น เว้นเเต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น&#8221; (ในที่นี้คือละหมาดอัศริ)” (<a href="https://dorar.net/hadith/sharh/139798" target="_blank" rel="noopener">บันทึกโดยมุสลิม</a>) </p>
</blockquote>



<p>นี่คือตัวอย่างการละหมาดแบบรีบเร่ง ไม่คุชูอ์ และไม่ใส่ใจ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อคิดสำหรับเรา</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>การละหมาดเป็น <strong>เสาหลักของอิสลาม</strong> และเป็น <strong>สัญลักษณ์ของอีมาน</strong></li>



<li>การละเลยละหมาด หรือทำละหมาดอย่างไม่ใส่ใจ เป็นสัญญาณอันตราย</li>



<li>ผู้ศรัทธาควร <strong>พยายามตรงต่อเวลา</strong> ทำละหมาด <strong>ด้วยความคุชูอ์</strong> และ <strong>เพื่ออัลลอฮ์เท่านั้น</strong></li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>อายะห์ {فَوَيْلٌ لِلْمُصَلِّينَ الَّذِينَ هُمْ عَنْ صَلَاتِهِمْ سَاهُونَ} เป็นคำเตือนรุนแรงจากอัลลอฮ์ว่า การละเลยละหมาดจะนำไปสู่โทษหนักในวันอาคิเราะห์ เราทุกคนจึงควรตรวจสอบละหมาดของเราให้มีเวลา คุชูอ์ และอิคลาศ เพื่อปกป้องตนเองจากคำเตือนนี้.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94/">คำเตือนแรงจากอัลกุรอาน: فَوَيْلٌ لِلْمُصَلِّينَ – บทเรียนสำหรับผู้ละเลยละหมาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตะวักกุ้ลอย่างแท้จริง &#124; ทำไมเราจะไม่พึ่งพาอัลลอฮ์?</title>
		<link>https://samanloh.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3-ibrahim-12-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/</link>
					<comments>https://samanloh.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3-ibrahim-12-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สมาน เลาะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 15:00:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อัลกุรอาน ตัฟซีร]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ ศรัทธา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://samanloh.com/?p=9211</guid>

					<description><![CDATA[<p>อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า: وَمَا لَنَا أَلَّ...</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3-ibrahim-12-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/">ตะวักกุ้ลอย่างแท้จริง | ทำไมเราจะไม่พึ่งพาอัลลอฮ์?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวะตะอาลา <a href="https://quran.com/th/ibrahim/1-52" target="_blank" rel="noopener">ทรงตรัสว่า</a>:</p>



<p><strong>وَمَا لَنَا أَلَّا نَتَوَكَّلَ عَلَى اللَّهِ وَقَدْ هَدَانَا سُبُلَنَا ۚ وَلَنَصْبِرَنَّ عَلَىٰ مَا آذَيْتُمُونَا ۚ وَعَلَى اللَّهِ فَلْيَتَوَكَّلِ الْمُتَوَكِّلُونَ (12)</strong></p>



<p>และทำไมเล่าเราจึงไม่มอบความไว้วางใจแด่อัลลอฮฺ และแน่นอนพระองค์ทรงชี้แนะแนวทางทั้งหลายแก่เรา และเราจะอดทนต่อการที่พวกท่านทำร้ายเรา และบรรดาผู้มอบความไว้วางใจพึงไว้วางใจแด่อัลลอฮฺเท่านั้น.</p>



<h2 class="wp-block-heading">✅ <strong>ตัฟซีรจากอิบนุ กะษีร</strong></h2>



<p>อายะฮฺนี้กล่าวถึงถ้อยคำของบรรดารอซูลที่ถูกปฏิเสธและถูกข่มขู่โดยประชาชาติของพวกเขา พวกท่านตอบกลับด้วยคำที่เปี่ยมด้วยศรัทธาว่า:</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong>&#8220;เราจะไม่ตะวักกุ้ลต่ออัลลอฮ์ได้อย่างไร ในเมื่อพระองค์ได้ทรงชี้ทางที่ถูกต้องแก่เราแล้ว&#8221;</strong></p>
</blockquote>



<p>อิบนุ กะษีรอธิบายว่า:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พวกเขายืนยันว่า <strong>ตะวักกุ้ลเป็นสิ่งที่จำเป็น</strong> เพราะพระองค์ทรงให้ทางนำแล้ว การพึ่งพาอัลลอฮ์จึงเป็นหน้าที่ของผู้ศรัทธา</li>



<li>ตะวักกุ้ลไม่ใช่การละเลยสาเหตุ แต่คือการรวมระหว่าง <strong>การทำเหตุ (Asbab)</strong> และ <strong>การมอบผลลัพธ์แก่อัลลอฮ์</strong></li>



<li>หลังจากตะวักกุ้ล พวกเขากล่าวต่อว่า: <strong>&#8220;และเราจะอดทนต่อสิ่งที่พวกท่านทำกับเรา&#8221;</strong> แสดงให้เห็นว่าตะวักกุ้ลต้องมาพร้อม <strong>สะบัร (ความอดทน)</strong>.</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">✅ <strong>บทเรียนแรงบันดาลใจจากอายะฮฺนี้</strong></h2>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>ตะวักกุ้ล = ลงมือทำ + ฝากความหวังไว้กับอัลลอฮ์</strong><br>อย่ารอปาฏิหาริย์โดยไม่ทำอะไร ตะวักกุ้ลคือทำเต็มที่ แล้วมั่นใจว่า<strong>อัลลอฮ์</strong> จะจัดการสิ่งที่ดีที่สุด.</li>



<li><strong>เหตุผลที่ต้องตะวักกุ้ล – เพราะ <strong>อัลลอฮ์</strong>ชี้ทางให้แล้ว</strong><br>เรามีคู่มือชีวิตคืออัลกุรอาน และแบบอย่างคือท่านนบี ﷺ ทำไมจะไม่พึ่งผู้ที่รู้ทางที่ดีที่สุดสำหรับเรา?</li>



<li><strong>สะบัรคือกุญแจของความสำเร็จ</strong><br>อุปสรรคไม่ได้หมายความว่า<strong>อัลลอฮ์</strong> ละทิ้งเรา แต่มันคือการทดสอบความเชื่อมั่นในตะวักกุลของเรา.</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading">✅ <strong>เสริมพลังด้วยแนวจิตวิทยา </strong></h2>



<p>หนังสือ <strong>The Secret</strong> พูดถึง <em>กฎแห่งแรงดึงดูด</em> ว่า &#8220;สิ่งที่เราคิดและโฟกัส จะดึงดูดสิ่งนั้น&#8221; ในอิสลาม เราไม่เพียงแค่คิด แต่เราฝากทุกอย่างไว้กับ <strong>ผู้สร้างจักรวาล</strong> นั่นคือ <strong>อัลลอฮ์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Focus on Positivity (การจดจ่อกับ การคิดเชิงบวก</strong>)<strong>→ Husnuzhan Billah</strong><br>คิดดีต่ออัลลอฮ์ ว่าพระองค์จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ</li>



<li><strong>Visualization (การนึกภาพ</strong>)<strong>→ Du’a + Tawakkul</strong><br>เมื่อทำดุอาอ์ จินตนาการว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้ว และกล่าว <em>Alhamdulillah</em> ล่วงหน้า</li>



<li><strong>Gratitude (ความกตัญญู</strong>)<strong>→ Shukr</strong><br>ขอบคุณอัลลอฮ์ สำหรับสิ่งที่มี แล้วพระองค์จะเพิ่มพูนให้ <a href="https://quran.com/th/ibrahim/1-52" target="_blank" rel="noopener">(อิบรอฮีม 14:7</a>)</li>
</ul>



<p><strong>“ตะวักกุ้ลคือการสร้างพลังบวกที่แท้จริง เพราะคุณไม่ฝากชีวิตไว้กับโชคชะตา แต่ฝากไว้กับผู้ทรงกำหนดโชคชะตา”</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">✅ <strong>ดุอาอ์สั้น ๆ สำหรับตะวักกุ้ล</strong></h2>



<p><strong><strong>اللَّهُمَّ اجْعَلْنَا مِنَ الْمُتَوَكِّلِينَ عَلَيْكَ حَقَّ التَّوَكُّلِ</strong></strong><br><em>&#8220;โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ฉันเป็นผู้ที่ตะวักกุลต่อพระองค์อย่างแท้จริง&#8221;</em></p>



<h3 class="wp-block-heading">💡 <strong>ถามตัวเองวันนี้</strong></h3>



<p><strong>“คุณเคยฝากเรื่องสำคัญไว้กับอัลลอฮ์ แล้วได้ผลลัพธ์ที่เกินคาดหรือไม่?”</strong></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3-ibrahim-12-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/">ตะวักกุ้ลอย่างแท้จริง | ทำไมเราจะไม่พึ่งพาอัลลอฮ์?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://samanloh.com">USL – Ustaz Saman Loh</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://samanloh.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3-ibrahim-12-%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
