อาณาจักรปาตานีในยุครุ่งเรือง : ยุคสี่ราชินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งคาบสมุทรมลายู
อาณาจักรปาตานีในอดีตเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะกลายเป็นพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยในปัจจุบัน
ด้วยทำเลที่ตั้งติดชายฝั่งอ่าวไทย ปาตานีจึงมีบทบาทโดดเด่นทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม มีพ่อค้าจากจีน อินเดีย โลกอาหรับ รวมถึงยุโรปเดินทางเข้ามาค้าขายอย่างคึกคัก
หนึ่งในช่วงเวลาที่ถือว่าเจริญรุ่งเรืองที่สุด คือยุคการปกครองของ “สี่ราชินี” ซึ่งครองราชย์ต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17
ยุคนี้ไม่เพียงสะท้อนความมั่นคงของรัฐปาตานีเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นบทบาทของสตรีในฐานะผู้นำที่มีความสามารถในเวทีระดับภูมิภาคและนานาชาติ.

ราชินีเขียว (Raja Hijau) : ผู้สร้างความมั่งคั่งทางการค้า
ราชินีเขียวเป็นผู้ปกครองที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของอาณาจักรปาตานี
พระนางทรงเปิดท่าเรือและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับชาติตะวันตก เช่น ฮอลันดา อังกฤษ รวมถึงญี่ปุ่น
ส่งผลให้ปาตานีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญ มีเรือสินค้าจากหลายประเทศเข้ามาค้าขายอย่างต่อเนื่อง
มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าพระนางทรงส่งคณะทูตไปเจรจากับโชกุนแห่งญี่ปุ่น ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระดับนานาชาติที่สำคัญในยุคนั้น
ราชินีฟ้า (Raja Biru) : ผู้พัฒนาเกษตรกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
ราชินีฟ้าให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านการเกษตร
พระนางทรงโปรดให้ขุดคลองชลประทานยาวหลายกิโลเมตร เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกข้าว
คลองนี้เป็นที่รู้จักในปัจจุบันว่า “คลองนาง” หรือ “แม่น้ำปะนา” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเกษตรของพื้นที่
นอกจากนี้ พระนางยังทรงหล่อปืนใหญ่ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “พระยาตานี” เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการทหารและการป้องกันอาณาจักร
ราชินีม่วง (Raja Ungu) : ผู้นำแห่งการรักษาเอกราช
ราชินีม่วงเป็นผู้ปกครองที่มีจุดยืนชัดเจนในเรื่องอธิปไตยของปาตานี
พระนางทรงยุติการส่งบรรณาการแก่กรุงศรีอยุธยา พร้อมประกาศความเป็นอิสระของอาณาจักร
ในช่วงรัชสมัยของพระนาง มีการต่อต้านอำนาจจากสยามหลายครั้ง รวมถึงการสร้างพันธมิตรกับรัฐมลายูใกล้เคียง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของปาตานีในภูมิภาค
ราชินีเหลือง (Raja Kuning) : ยุคทองสุดท้ายแห่งปาตานี
ราชินีเหลืองเป็นผู้ปกครององค์สุดท้ายในยุคสี่ราชินี และถือเป็นช่วงเวลารุ่งเรืองสุดท้ายของอาณาจักรปาตานี
นอกจากการบริหารบ้านเมืองและการทหาร พระนางยังทรงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านดนตรี การแสดง และประเพณีท้องถิ่น
ยุคของพระนางจึงเป็นที่จดจำในฐานะยุคแห่งความมั่งคั่งและความงดงามทางวัฒนธรรม ก่อนที่อำนาจทางการเมืองของปาตานีจะเริ่มเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา
บทสรุป
ยุคสี่ราชินีแห่งอาณาจักรปาตานีเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม
ราชินีทั้งสี่พระองค์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปกครอง ความกล้าหาญในการรักษาเอกราช และความใส่ใจต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
แม้เวลาจะผ่านไปหลายศตวรรษ แต่เรื่องราวของสี่ราชินียังคงเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของปาตานี และเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าสำหรับคนรุ่นหลัง.
🔖 อ้างอิงหลัก (เชิงประวัติศาสตร์)
- อิบรอฮีม ชุกรี
ประวัติศาสตร์รัฐปาตานี (Sejarah Kerajaan Melayu Patani) - A. Teeuw & D.K. Wyatt (1970)
Hikayat Patani: The Story of Patani
Martinus Nijhoff, The Hague - วินัย พงศ์ศรีเพียร
ปาตานีในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ประวัติเมืองปัตตานี - Anthony Reid (1993)
Southeast Asia in the Age of Commerce 1450–1680
Yale University Press
