เมื่อเกิดปัญหาระหว่างสามีภรรยา อิสลามสอนให้แก้ไขอย่างไร
ชีวิตคู่ไม่มีใครที่ไม่เคยมีปัญหา แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า “มีปัญหาหรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า “เราจัดการกับปัญหานั้นอย่างไร” อิสลามได้วางแนวทางที่ชัดเจน ยุติธรรม และเต็มไปด้วยความเมตตา เพื่อรักษาครอบครัวให้มั่นคงและเต็มไปด้วยความรัก.
1. อิสลามวางลำดับขั้นในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงทันที
อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า
( وَاللَّاتِي تَخَافُونَ نُشُوزَهُنَّ فَعِظُوهُنَّ وَاهْجُرُوهُنَّ فِي الْمَضَاجِعِ وَاضْرِبُوهُنَّ فَإِنْ أَطَعْنَكُمْ فَلا تَبْغُوا عَلَيْهِنَّ سَبِيلاً إِنَّ اللَّهَ كَانَ عَلِيّاً كَبِيراً ) النساء/ من الآية 34 .
ความว่า: และบรรดาหญิงที่พวกเจ้าหวั่นเกรงในความดื้อดึงของนางนั้น ก็จงกล่าวตักเตือนนางและทอดทิ้งนางไว้แต่ลำพังในที่นอน และจงเฆี่ยนนางแต่ถ้านางเชื่อฟังพวกเจ้าแล้ว ก็จงอย่าหาทางเอาเรื่องแก่นาง แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสูงส่งผู้ทรงเกรียงไกร. (ซูเราะห์ An-Nisa – 34)
ฉะนั้น หากสามีกังวลว่าภรรยาจะมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา ให้ดำเนินการตามลำดับขั้น ดังนี้
- ตักเตือนด้วยคำพูดที่ดี (فَعِظُوهُنَّ)
- แยกที่นอน (وَاهْجُرُوهُنَّ فِي الْمَضَاجِعِ)
- และขั้นสุดท้ายเท่านั้น คือการลงโทษที่ไม่รุนแรง (وَاضْرِبُوهُنَّ)
นักวิชาการส่วนใหญ่กล่าวว่า ต้องทำตามลำดับขั้นนี้ ไม่ใช่ข้ามไปใช้ความรุนแรงทันที และแม้ในกรณีที่อนุญาต ก็ต้องไม่รุนแรง ไม่ทำให้บาดเจ็บ และไม่ใช่การระบายอารมณ์ครับ.
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า อิสลามไม่ได้ส่งเสริมความรุนแรง แต่ส่งเสริมการแก้ไขด้วยสติ ความอดทน และความเมตตา.
2. ท่านนบี ﷺ ไม่เคยตีภรรยาหรือผู้รับใช้เลยตลอดชีวิต
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า:
ما ضَرَبَ رسول اللَّهِ صلى الله عليه وسلم شيئا قَطُّ بيده ولا امْرَأَةً ولا خَادِمًا إلا أَنْ يُجَاهِدَ في سَبِيلِ اللَّهِ ، وما نِيلَ منه شَيْءٌ قَطُّ فَيَنْتَقِمَ من صَاحِبِهِ إلا أَنْ يُنْتَهَكَ شَيْءٌ من مَحَارِمِ اللَّهِ فَيَنْتَقِمَ لِلَّهِ عز وجل . رواه مسلم ( 2328 ) .
“ท่านรอซูลุลลอฮฺ ﷺ ไม่เคยตีสิ่งใดด้วยมือของท่านเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้รับใช้ เว้นแต่ในการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์, และท่านไม่เคยแก้แค้นเพื่อตัวเองเลย เว้นแต่เมื่อบทบัญญัติของอัลลอฮ์ถูกละเมิด ท่านจึงแก้แค้นเพื่ออัลลอฮ์”
(บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2328)
อิหม่ามอันนะวะวีย์ ร่อฮิม่าฮุลลอฮฺ กล่าวว่า
فيه أن ضرب الزوجة والخادم والدابة وإن كان مباحاً للأدب : فتركه أفضل . ” شرح مسلم ” ( 15 / 84 ) .
หะดีษนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าการตีภรรยา ผู้รับใช้ หรือสัตว์ เพื่อการอบรม จะเป็นสิ่งที่อนุญาตได้ : แต่การละเว้นไม่ตี ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่า.
(จากหนังสือ ชัรห์ เศาะฮีห์ มุสลิม เล่ม 15 หน้า 84)
และท่านนบี ﷺ ได้แจ้งให้ทราบว่า การไม่ตีภรรยา เป็นลักษณะของผู้ที่ดีที่สุด
عَنْ إِيَاسِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ أَبِي ذُبَابٍ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ( لَا تَضْرِبُوا إِمَاءَ اللَّهِ ) فَجَاءَ عُمَرُ إِلَى رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ ذَئِرْنَ النِّسَاءُ عَلَى أَزْوَاجِهِنَّ فَرَخَّصَ فِي ضَرْبِهِنَّ ، فَأَطَافَ بِآلِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ نِسَاءٌ كَثِيرٌ يَشْكُونَ أَزْوَاجَهُنَّ فَقَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ( لَقَدْ طَافَ بِآلِ مُحَمَّدٍ نِسَاءٌ كَثِيرٌ يَشْكُونَ أَزْوَاجَهُنَّ لَيْسَ أُولَئِكَ بِخِيَارِكُمْ ) . رواه أبو داود ( 2146 )
“จากอิยาส บิน อับดุลลอฮ์ บิน อบี ซุบาบ กล่าวว่า ท่านเราะสูลของอัลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:
“พวกท่านอย่าตีบรรดาสตรี (ผู้หญิงของอัลลอฮ์)”
ต่อมาท่านอุมัรได้มาหาท่านนบี ﷺ และกล่าวว่า:
“บรรดาสตรีเริ่มแข็งข้อและมีพฤติกรรมไม่ดีต่อสามีของพวกเขา”
ดังนั้น ท่านนบี ﷺ จึงอนุญาตให้ตีได้ (ภายใต้เงื่อนไข)
หลังจากนั้น มีผู้หญิงจำนวนมากมาหาครอบครัวของท่านนบี ﷺ เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับสามีของพวกเธอ
ท่านนบี ﷺ จึงกล่าวว่า:
“มีผู้หญิงจำนวนมากมาร้องเรียนเกี่ยวกับสามีของพวกเธอ คนเหล่านั้นไม่ใช่คนที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน”
(บันทึกโดยอบูดาวูด เลขที่ 2146”
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า แบบอย่างที่ดีที่สุดของสามี คือผู้ที่มีความอ่อนโยน ไม่ใช่ผู้ที่ใช้ความรุนแรง
ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า:
قَالَ رَسُوْلُ اللهِ ﷺ :
خَيْرُكُمْ خَيْرُكُمْ لِأَهْلِهِ، وَأَنَا خَيْرُكُمْ لِأَهْلِيْ
( أخرجه الترمذي (3895))
ความว่า:
“ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ดีที่สุดต่อครอบครัวของเขา และฉันคือผู้ที่ดีที่สุดต่อครอบครัวของฉัน” (บันทึกโดย อิมามอัตติรมิซีย์ หมายเลข 3895 )
หะดีษบทนี้ เป็นหลักการสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองของเราเกี่ยวกับ “ความรุนแรงในครอบครัว” อย่างสิ้นเชิงครับ.
3. ความรุนแรงในครอบครัวส่งผลเสียต่อบุตรโดยตรง
เมื่อบุตรเห็นพ่อทำร้ายแม่ของเขา หรือเห็นร่องรอยการถูกทำร้าย สิ่งนี้จะทำลายจิตใจของพวกเขา และส่งผลต่อการเคารพ ความรัก และความไว้วางใจที่มีต่อพ่อ.
ครอบครัวที่มีความเมตตา จะสร้างลูกที่มีความมั่นคงทางจิตใจ
แต่ครอบครัวที่มีความรุนแรง จะสร้างบาดแผลในหัวใจของลูก.
4. อิสลามส่งเสริมการให้อภัย เพื่อรักษาครอบครัว
อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า:
وَلْيَعْفُوا۟ وَلْيَصْفَحُوٓا۟ ۗ أَلَا تُحِبُّونَ أَن يَغْفِرَ ٱللَّهُ لَكُمْ
“และพวกเขาจงอภัยและยกโทษ (ให้แก่พวกเขาเถิด) พวกเจ้าจะไม่ชอบหรือที่อัลลอฮฺจะทรงอภัยให้แก่พวกเจ้า”
การให้อภัยไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอ แต่ทำให้เราได้รับเกียรติจากอัลลอฮฺ และช่วยรักษาครอบครัวให้คงอยู่
ผู้หญิงที่มีปัญญา จะพยายามรักษาครอบครัวของเธอ ปกปิดข้อบกพร่อง และแก้ไขปัญหาด้วยสติและความอดทนครับ.
5. ทางออกที่ดีที่สุด คือการกลับไปสู่คำสอนของอิสลาม
เมื่อเกิดปัญหา สิ่งที่ดีที่สุดคือการกลับไปสู่บทบัญญัติของอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) และปรึกษาผู้รู้ เพราะการยึดมั่นในศาสนา คือรากฐานของความสุขในครอบครัว.
ครอบครัวที่ยึดมั่นในศาสนา
จะมีความรัก ความเมตตา และความมั่นคง.
บทสรุป
อิสลามสอนให้ครอบครัวตั้งอยู่บนความเมตตา ไม่ใช่ความรุนแรง
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้วางหลักการสำคัญของชีวิตคู่ไว้อย่างชัดเจน โดยพระองค์ตรัสว่า:
﴿ وَعَاشِرُوهُنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ ﴾
“และจงคลุกคลีกับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าด้วยดี”
(อัลกุรอาน สูเราะฮ์ อัน-นิสาอ์ 4:19)
อายะห์นี้คือหลักการยิ่งใหญ่ที่ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาในอิสลาม ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความดี ความเมตตา และเกียรติ ไม่ใช่ความรุนแรงหรือการกดขี่
และท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้แสดงแบบอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดแก่เรา ท่านไม่เคยใช้ความรุนแรงต่อภรรยาของท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว และท่านยังกล่าวว่า:
خَيْرُكُمْ خَيْرُكُمْ لِأَهْلِهِ وَأَنَا خَيْرُكُمْ لِأَهْلِي) رواه الترمذي.)
“ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ดีที่สุดต่อครอบครัวของเขา และฉันคือผู้ที่ดีที่สุดต่อครอบครัวของฉัน”
(บันทึกโดย อิมามอัตติรมิซีย์ หมายเลข 3895 )
นี่คือมาตรวัดความประเสริฐในอิสลาม ไม่ใช่ความเข้มแข็งทางร่างกาย แต่คือความอ่อนโยนต่อผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเรา
ดังนั้น อิสลามไม่ใช่ศาสนาแห่งความรุนแรง แต่อิสลามคือศาสนาแห่งความเมตตา ความยุติธรรม และการรักษาครอบครัว
แบบอย่างของเราคือท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ
ผู้ไม่เคยใช้ความรุนแรงต่อภรรยาเลย
และแบบอย่างของผู้ศรัทธา คือผู้ที่มีความอดทน ให้อภัย และแก้ไขปัญหาด้วยสติ ด้วยความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ และด้วยความปรารถนาที่จะรักษาครอบครัวให้มั่นคง
เพราะบ้านที่มีความเมตตา คือบ้านที่มีบะเราะกะฮ์
และครอบครัวที่ตั้งอยู่บนศรัทธา คือรากฐานของสังคมที่เข้มแข็ง
ขอให้อัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงทำให้ครอบครัวของเราเต็มไปด้วยความรัก ความเมตตา และความสงบ และทำให้บ้านของเราเป็นหนึ่งในสวนจากสวนสวรรค์
อามีนครับ
