ทำไมวันอะเราะฟะห์ของแต่ละประเทศไม่ตรงกัน?
เข้าใจ “ความต่าง” ด้วยความรู้ และรักษา “ความเป็นหนึ่งเดียว” ด้วยหัวใจ
ทุกปีเมื่อใกล้เข้าสู่วันอะเราะฟะห์ เรามักเห็นคำถามเดิมกลับมาอีกครั้ง
“ทำไมซาอุฯ ถือวันอังคาร แต่บางประเทศถือวันพุธ?”
“แล้วเราควรตามใคร?”
“ถ้าตามประเทศตัวเอง จะขัดกับหะดีษ الحج عرفة หรือไม่?”
คำถามเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่
และไม่ใช่เรื่องของ “ใครรักซุนนะฮ์กว่าใคร”
แต่เป็นประเด็นฟิกฮ์ที่อุละมาอ์พูดคุยและมีความเห็นต่างกันมายาวนานหลายร้อยปีแล้ว
วันอะเราะฟะห์ สำคัญอย่างไร?
วันอะเราะฟะห์ คือวันที่ 9 เดือนซุลฮิจญะฮ์
เป็นวันที่บรรดาฮุจญาตยืน ณ ทุ่งอะเราะฟะห์ และเป็นหนึ่งในวันที่ประเสริฐที่สุดของปี
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“ไม่มีวันใดที่อัลลอฮ์ทรงปลดปล่อยบ่าวจากไฟนรกมากเท่ากับวันอะเราะฟะห์”
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำฮัจญ์ การถือศีลอดวันอะเราะฟะห์ถือเป็นซุนนะห์อันยิ่งใหญ่ โดยมีหะดีษระบุว่า
“ฉันหวังต่ออัลลอฮ์ว่า การถือศีลอดวันอะเราะฟะห์ จะลบล้างบาปของหนึ่งปีก่อนหน้าและหนึ่งปีหลังจากนั้น”
แต่เมื่อเข้าสู่การกำหนด “วัน” กลับพบว่า บางประเทศไม่ตรงกัน จึงเกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วควรยึดตามอะไร
ทำไมวันอะเราะฟะห์จึงต่างกัน?
สาเหตุหลักมาจากเรื่อง “การเห็นจันทร์” หรือที่เรียกว่า اختلاف المطالع
คือการที่แต่ละประเทศอาจเห็นจันทร์เสี้ยวไม่พร้อมกัน
และในประเด็นนี้ อุละมาอ์มีความเห็นหลัก ๆ อยู่ 3 แนวทาง
1️⃣ เห็นที่ไหน ใช้ได้ทั่วโลก
กลุ่มนี้มองว่า หากมีการยืนยันการเห็นจันทร์ในประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว มุสลิมทั่วโลกก็ควรเริ่มเดือนพร้อมกัน
พวกเขาอ้างหลักฐานจากอัลกุรอานและหะดีษ เช่น
“เมื่อพวกท่านเห็นจันทร์ ก็จงถือศีลอด”
ซึ่งเป็นถ้อยคำที่กล่าวแบบครอบคลุมทั้งประชาชาติ
ดังนั้น เมื่อซาอุฯประกาศว่าวันอังคารคือวันอะเราะฟะห์ หลายคนจึงเลือกถือศีลอดวันนั้น เพราะต้องการให้ตรงกับวันที่ฮุจญาตยืน ณ ทุ่งอะเราะฟะห์จริง ๆ
2️⃣ แต่ละประเทศมีการเห็นจันทร์ของตนเอง
อีกกลุ่มหนึ่งมองว่า หากประเทศอยู่ไกลกัน และตำแหน่งการขึ้นของดวงจันทร์ต่างกัน ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มเดือนพร้อมกัน
หลักฐานสำคัญคือ หะดีษของท่านอิบนุอับบาส رضي الله عنهما
เมื่อชาวชามเห็นจันทร์ก่อน แต่ชาวมะดีนะฮ์ไม่ได้ถือศีลอดตาม ท่านกล่าวว่า
“ท่านรอซูล ﷺ สั่งเราเช่นนี้”
นักวิชาการฝ่ายนี้จึงมองว่า
เหมือนเวลาละหมาดที่แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
วันเริ่มเดือนจันทรคติก็อาจต่างกันได้เช่นกัน
ดังนั้น หากประเทศไทยประกาศว่าวันพุธคือวันที่ 9 ซุลฮิจญะฮ์ การถือศีลอดวันพุธก็ถือว่าเป็นวันอะเราะฟะห์ของประเทศไทย
3️⃣ ยึดประกาศของประเทศ เพื่อรักษาความเป็นเอกภาพ
นี่คือแนวทางที่หลายประเทศใช้ในปัจจุบัน
หลักสำคัญคือ
“حكم الحاكم يرفع الخلاف”
“คำตัดสินของผู้มีอำนาจ ช่วยยุติข้อขัดแย้งได้”
เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นอิจญ์ติฮาด
ไม่มีตัวบทที่ชี้ขาดแบบเด็ดขาดว่า ทุกประเทศต้องเหมือนกันทั้งหมด
ดังนั้น เมื่อหน่วยงานศาสนาในประเทศประกาศอย่างไร ประชาชนก็ควรร่วมปฏิบัติตาม เพื่อรักษาความพร้อมเพรียงของสังคมมุสลิม
แล้วมันขัดกับหะดีษ “الحج عرفة” หรือไม่?
หลายคนกังวลว่า
ถ้าซาอุฯยืนอะเราะฟะห์วันอังคาร แต่เราถือศีลอดวันพุธ จะขัดกับหะดีษนี้หรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่จำเป็นต้องขัด”
เพราะหะดีษ
“الحج عرفة”
หมายถึง “หัวใจสำคัญของฮัจญ์คือการยืน ณ อะเราะฟะห์”
หะดีษนี้กล่าวถึงพิธีฮัจญ์โดยตรง
ไม่ได้ระบุชัดว่า มุสลิมทั่วโลกต้องถือศีลอดตรงกับวันที่ฮุจญาตยืนอะเราะฟะห์เสมอ
จุดที่นักวิชาการเห็นต่างกัน คือ
“วันอะเราะฟะห์สำหรับคนที่ไม่ได้ทำฮัจญ์ หมายถึงอะไร?”
บางท่านมองว่า ต้องตรงกับวันยืนอะเราะฟะห์ที่มักกะห์
แต่อีกกลุ่มมองว่า คือวันที่ 9 ซุลฮิจญะฮ์ของแต่ละประเทศ
ทั้งสองฝ่ายต่างมีหลักฐานและอุละมาอ์รองรับ
แล้วผมเลือกตามอะไร?
สำหรับผมที่อยู่ประเทศไทย
ผมเลือกถือศีลอดตามประกาศของจุฬาราชมนตรี
ไม่ใช่เพราะผมไม่รักซุนนะฮ์
และไม่ใช่เพราะผมปฏิเสธความสำคัญของวันอะเราะฟะห์ที่มักกะห์
แต่เพราะผมมองว่า
การถือศีลอดวันอะเราะฟะห์ เป็น “ซุนนะห์”
แต่การรักษาความเป็นเอกภาพของสังคมมุสลิม เป็น “วาญิบ”
เมื่อเรื่องนี้เป็นประเด็นที่อุละมาอ์มีความเห็นต่างกันมายาวนาน
ผมจึงเลือกยึดตามญะมาอะฮ์ของประเทศที่ผมอาศัยอยู่ เพื่อรักษาความสามัคคี และหลีกเลี่ยงความสับสนภายในสังคม
สิ่งสำคัญกว่า “วันไหน” คือ “หัวใจ”
สุดท้ายนี้
ไม่ว่าท่านจะเลือกตามซาอุฯ หรือเลือกตามประกาศของประเทศตนเอง
ขออย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นสาเหตุของการตำหนิ แตกแยก หรือมองกันว่าอีกฝ่าย “ไม่ตามซุนนะฮ์”
เพราะอุละมาอ์ใหญ่ของอิสลามเอง ก็มีความเห็นต่างกันในเรื่องนี้มาหลายศตวรรษแล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ
ความจริงใจในการอิบาดะฮ์
การรักษาหัวใจให้บริสุทธิ์
และการรักษาความเป็นพี่น้องระหว่างมุสลิม
ขออัลลอฮ์ทรงตอบรับการถือศีลอด ดุอาอ์ และอิบาดะฮ์ของพวกเราทุกคน
อามีน 🤍
เอกสารและแหล่งอ้างอิง
- อัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:185
“فَمَن شَهِدَ مِنكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ”
- หะดีษเกี่ยวกับการเห็นจันทร์
- รายงานโดย อัลบุคอรี และมุสลิม
“صُومُوا لِرُؤْيَتِهِ وَأَفْطِرُوا لِرُؤْيَتِهِ”
- หะดีษของกุร็อยบ์ (كريب) เกี่ยวกับ اختلاف المطالع
- เศาะฮีห์มุสลิม เลขที่ 1087
- หะดีษ
“الصَّوْمُ يَوْمَ تَصُومُونَ، وَالفِطْرُ يَوْمَ تُفْطِرُونَ”
- รายงานโดย อัตติรมิซีย์ เลขที่ 697
- อิมามอันนะวาวีย์
- อัลมัจญ์มูอ์ ชัรห์อัลมุฮัซซับ
(กล่าวถึงความเห็นต่างเรื่อง اختلاف المطالع และแบ่งรายละเอียดหลายทัศนะ)
- อิบนุตัยมียะฮ์
- มัจญ์มูอ์ อัลฟะตาวา เล่ม 35 หน้า 372
(อธิบายหลัก “حكم الحاكم يرفع الخلاف”)
