หุก่มการเฉลิมฉลองเมาลิดนบี ﷺ: ความเห็นต่างของนักวิชาการและมัซฮับทั้งสี่

เมาลิดนบี | Mawlid al-Nabi | حكم الاحتفال بالمولد النبوي

โดย สมาน เลาะ
เผยแพร่ครั้งแรก: 7 กันยายน 2024
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด: 4 กันยายน 2026


หุก่มการเฉลิมฉลองเมาลิดนบี ﷺ คืออะไร?

การเฉลิมฉลองเมาลิดนบีมุฮัมมัด ﷺ เป็นประเด็นที่นักวิชาการมุสลิมมีความเห็นแตกต่างกันมาเป็นเวลานาน โดยสามารถแบ่งแนวทางหลักออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่

กลุ่มแรกเห็นว่า การจัดเมาลิดในลักษณะการกำหนดวันหรือเทศกาลทางศาสนาเป็นสิ่งที่ไม่มีแบบอย่างจากท่านนบี ﷺ บรรดาเศาะหาบะฮ์ และชนรุ่นแรก จึงไม่ควรกระทำ โดยอาศัยหลักฐานเรื่องการปฏิเสธสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในศาสนา และการไม่กำหนดเทศกาลเพิ่มเติมจากเทศกาลที่ศาสนบัญญัติไว้

อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่า การรวมตัวกันเพื่อรำลึกถึงการประสูติของท่านนบี ﷺ ไม่จำเป็นต้องถือว่าเป็นบิดอะฮ์ที่ต้องห้าม หากเนื้อหาของการจัดงานประกอบด้วยการงานที่ศาสนาอนุญาตหรือส่งเสริมอยู่แล้ว เช่น การอ่านอัลกุรอาน การเรียนรู้ชีวประวัติท่านนบี ﷺ การกล่าวศอละวาต การสรรเสริญท่านนบี การบริจาค การให้อาหาร และการเตือนใจให้ปฏิบัติตามซุนนะฮ์

ดังนั้น ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงคำถามว่า “เมาลิดมีในสมัยท่านนบี ﷺ หรือไม่?” แต่ยังรวมถึงคำถามทางอุศูลฟิกฮ์ว่า การรวมการงานที่ศาสนาอนุญาตเหล่านี้ไว้ในโอกาสหนึ่งเป็นการกำหนดพิธีกรรมใหม่ หรือเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและแสดงความรักต่อท่านนบี ﷺ

นี่คือเหตุผลที่ประเด็นเมาลิดมีความเห็นต่างในหมู่นักวิชาการ และไม่ควรนำความเห็นหนึ่งไปกล่าวอ้างว่าเป็นฉันทามติของนักวิชาการทั้งหมด


เมาลิดนบีคืออะไร?

คำว่า “เมาลิด” (المولد) หมายถึง การเกิดหรือสถานที่เกิด และในบริบทของมุสลิมโดยทั่วไปใช้หมายถึง การรำลึกถึงวันประสูติของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ โดยเฉพาะการรวมตัวกันในเดือนรอบีอุลเอาวัล (ربيع الأول) เพื่ออ่านชีวประวัติท่านนบี ﷺ กล่าวศอละวาต อ่านอัลกุรอาน กล่าวบทสรรเสริญ และจัดอาหารหรือบริจาคทาน

อย่างไรก็ตาม รูปแบบของเมาลิดไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศหรือทุกชุมชน บางแห่งเป็นการบรรยายซีเราะฮ์ บางแห่งเป็นการอ่านตำราเมาลิดและบทสรรเสริญ บางแห่งจัดเป็นกิจกรรมการกุศล หรือการศึกษาชีวประวัติของท่านนบี ﷺ

ดังนั้น คำว่า “การทำเมาลิด” อาจหมายถึงกิจกรรมหลายรูปแบบ และการตัดสินทางศาสนาจึงควรพิจารณาทั้ง เจตนา รูปแบบ เนื้อหา และสิ่งที่เกิดขึ้นภายในงาน


1. สิ่งที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน: ความรักและการปฏิบัติตามท่านนบี ﷺ

ก่อนเข้าสู่ประเด็นความเห็นต่าง ควรแยกให้ชัดว่า ความรักต่อท่านเราะซูล ﷺ และการปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่านเป็นหลักการที่มุสลิมทุกฝ่ายให้ความสำคัญ

อัลกุรอานกล่าวว่า

قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ

“จงกล่าวเถิด หากพวกท่านรักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน แล้วอัลลอฮ์จะทรงรักพวกท่าน”

และท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

لا يُؤْمِنُ أَحَدُكُمْ حَتَّى أَكُونَ أَحَبَّ إِلَيْهِ مِنْ وَالِدِهِ وَوَلَدِهِ وَالنَّاسِ أَجْمَعِينَ

“คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะยังไม่ศรัทธาอย่างสมบูรณ์ จนกว่าฉันจะเป็นที่รักยิ่งสำหรับเขามากกว่าบิดาของเขา ลูกของเขา และมนุษย์ทั้งมวล”

ดังนั้น ทั้งผู้ที่อนุญาตและผู้ที่ไม่อนุญาตเมาลิดต่างยอมรับว่า ความรักต่อท่านนบี ﷺ ต้องนำไปสู่การปฏิบัติตามคำสอนของท่าน

ความแตกต่างอยู่ที่ว่า การจัดงานเมาลิดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงความรักที่ศาสนาอนุญาตหรือไม่


2. หลักฐานเรื่องวันจันทร์: “วันที่ฉันถือกำเนิด”

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่นักวิชาการฝ่ายอนุญาตนำมาอภิปราย คือหะดีษเกี่ยวกับการถือศีลอดวันจันทร์

ท่านอบูเกาะตาดะฮ์ رضي الله عنه รายงานว่า เมื่อท่านนบี ﷺ ถูกถามเกี่ยวกับการถือศีลอดวันจันทร์ ท่านตอบว่า

فِيهِ وُلِدْتُ وَفِيهِ أُنْزِلَ عَلَيَّ

“ในวันนั้นฉันถือกำเนิด และในวันนั้นวะฮีย์ถูกประทานแก่ฉัน”

บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1162

นักวิชาการฝ่ายที่อนุญาตเมาลิดนำหะดีษนี้มาอธิบายว่า ท่านนบี ﷺ แสดงการขอบคุณต่ออัลลอฮ์สำหรับวันแห่งการถือกำเนิดของท่านด้วยการถือศีลอด

Dar al-Ifta แห่งอียิปต์ใช้หลักการนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลว่า การแสดงความขอบคุณต่ออัลลอฮ์เนื่องจากการประสูติของท่านนบี ﷺ สามารถกระทำผ่านการงานที่ศาสนาอนุญาต เช่น การถือศีลอด การให้อาหาร การอ่านอัลกุรอาน การกล่าวศอละวาต และการศึกษาเรื่องซีเราะฮ์

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ไม่อนุญาตตอบว่า หะดีษนี้ยืนยันการถือศีลอดวันจันทร์ แต่ไม่ได้ระบุว่าท่านนบี ﷺ หรือเศาะหาบะฮ์จัดงานฉลองประจำปีเพื่อรำลึกถึงวันประสูติ

ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงตีความ “วิธีนำหลักฐานไปใช้” แตกต่างกัน


3. หะดีษ “ผู้ใดอุตริสิ่งใหม่ในกิจการของเรา สิ่งนั้นถูกปฏิเสธ”

นักวิชาการฝ่ายที่ไม่อนุญาตการจัดเมาลิดมักใช้หะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها เป็นหลักฐานสำคัญ

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

مَنْ أَحْدَثَ فِي أَمْرِنَا هَذَا مَا لَيْسَ مِنْهُ فَهُوَ رَدٌّ

“ผู้ใดนำสิ่งใหม่เข้ามาในกิจการของเรานี้ ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งจากมัน สิ่งนั้นย่อมถูกปฏิเสธ”

บันทึกโดยอัลบุคอรี หมายเลข 2697 และมุสลิม หมายเลข 1718

ตามแนวทางนี้ การกำหนดวันหนึ่งเป็นโอกาสทางศาสนาอย่างเป็นกิจวัตร โดยไม่มีแบบอย่างจากท่านนบี ﷺ เศาะหาบะฮ์ และชนรุ่นแรก ถือเป็นการเพิ่มสิ่งใหม่ในเรื่องศาสนา

หนึ่งในนักวิชาการที่มีทัศนะดังกล่าวคือ เชคอัลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ ซึ่งกล่าวถึงการกำหนดช่วงเวลาหรือฤดูกาลใหม่ที่ไม่ใช่เทศกาลที่ศาสนากำหนด และยก “บางคืนในเดือนรอบีอุลเอาวัลที่เรียกว่าเป็นคืนเมาลิด” ว่าเป็นสิ่งที่ชนรุ่นแรกไม่ได้ทำและไม่ได้ส่งเสริม

จุดนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญของฝ่ายที่มองว่า ไม่ควรกำหนดเมาลิดเป็นเทศกาลประจำปี


4. แต่อิบนุตัยมียะฮ์มีรายละเอียดในประเด็นนี้มากกว่าคำว่า “เมาลิด = บิดอะฮ์” เพียงอย่างเดียว

เพื่อความเป็นธรรมทางวิชาการ ควรนำเสนอคำพูดของอิบนุตัยมียะฮ์อย่างครบถ้วน

อิบนุตัยมียะฮ์ระบุว่า การกระทำบางอย่างที่ผู้คนทำด้วย ความรักและความตั้งใจดีต่อท่านนบี ﷺ อาจได้รับผลบุญจากเจตนาของผู้กระทำ แม้ว่ารูปแบบของการกระทำนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่ท่านนบี ﷺ และบรรพชนได้กำหนดไว้ก็ตาม ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาถือว่าการกำหนดเมาลิดเป็นซุนนะฮ์หรือเป็นเทศกาลที่ศาสนาบัญญัติ

ดังนั้น การนำคำพูดของอิบนุตัยมียะฮ์ไปกล่าวเพียงว่า “อิบนุตัยมียะฮ์อนุญาตเมาลิด” ก็ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน การกล่าวว่าเขาไม่ยอมรับว่าผู้จัดเมาลิดอาจมีเจตนาดีหรือได้รับผลจากความรักและความตั้งใจก็ไม่ครบถ้วนเช่นกัน

จุดยืนของเขาคือ ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดเมาลิดเป็นเทศกาลทางศาสนา แต่เขาก็แยกเรื่องเจตนาและความดีบางประการของผู้กระทำออกจากตัวรูปแบบที่เขาถือว่าเป็นบิดอะฮ์


5. นักวิชาการที่อนุญาตเมาลิด: อิมามอัสสุยูฏีย์

หนึ่งในหลักฐานที่สำคัญที่สุดของฝ่ายที่อนุญาตคือผลงานของ อิมามญะลาลุดดีน อัสสุยูฏีย์ رحمه الله ซึ่งเขียนหนังสือชื่อ

حسن المقصد في عمل المولد
“ฮุสนุลมักศิด ฟี อะมะลิลเมาลิด”

อัสสุยูฏีย์กล่าวถึงรูปแบบพื้นฐานของการทำเมาลิดว่าเป็นการรวมตัวของผู้คน อ่านอัลกุรอาน อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดและชีวประวัติของท่านนบี ﷺ จากนั้นรับประทานอาหารร่วมกัน และเห็นว่าการกระทำดังกล่าว ในรูปแบบที่ปราศจากสิ่งต้องห้าม เป็น “บิดอะฮ์ที่ดี” (بدعة حسنة) และมีผลบุญจากการแสดงความยกย่องและความยินดีต่อการประสูติของท่านนบี ﷺ

หนังสือดังกล่าวไม่ได้เพียงกล่าวว่า “ทุกสิ่งที่เรียกว่าเมาลิดนั้นอนุญาต” แต่ยังกล่าวถึงสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงภายในงานด้วย

นี่เป็นจุดสำคัญที่ควรเข้าใจ:

ฝ่ายที่อนุญาตไม่ได้หมายความว่าอนุญาตทุกอย่างที่เกิดขึ้นในงานเมาลิด

หากภายในงานมีสิ่งที่ศาสนาห้าม สิ่งนั้นก็ยังคงเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในเมาลิดหรือโอกาสอื่นก็ตาม


6. ทัศนะของอิบนุฮะญัร อัลอัสกอลานีย์

อิบนุฮะญัร อัลอัสกอลานีย์ رحمه الله ไม่ได้กล่าวว่าท่านนบี ﷺ เคยจัดเมาลิด แต่เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการทำเมาลิด เขาอธิบายว่า รูปแบบการทำเมาลิดในยุคหลังไม่ได้มีรายงานจากสามยุคแรก

อย่างไรก็ตาม เขาพิจารณาว่าการทำเมาลิดประกอบด้วยทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี หากผู้จัด เลือกเฉพาะสิ่งที่ดีและหลีกเลี่ยงสิ่งที่ขัดกับศาสนา ก็สามารถจัดอยู่ในกรอบของสิ่งที่ดีได้

เขายังเชื่อมโยงหลักการนี้กับเหตุการณ์ วันอาชูรออ์ ซึ่งท่านนบี ﷺ พบว่าชาวยิวถือศีลอดเพื่อขอบคุณอัลลอฮ์ที่ทรงช่วยเหลือท่านนบีมูซา عليه السلام

อัสสุยูฏีย์ได้ถ่ายทอดคำอธิบายของอิบนุฮะญัรไว้ใน حسن المقصد في عمل المولد

ดังนั้น ทัศนะของอิบนุฮะญัรมีลักษณะสำคัญคือ

“ตัวรูปแบบการรวมตัวเพื่อเมาลิดไม่ได้มาจากสามยุคแรก แต่สามารถพิจารณาจากหลักฐานทั่วไปและเนื้อหาที่เกิดขึ้นภายในงานได้”


7. นักวิชาการอีกหลายท่านเขียนหนังสือเกี่ยวกับเมาลิด

การถกเถียงเรื่องเมาลิดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยุคปัจจุบัน

มีนักวิชาการจำนวนหนึ่งในยุคหลังที่เขียนตำราเกี่ยวกับเมาลิดโดยตรง เช่น

  • อิบนุดิหยะฮ์ อัลอันดะลุซีย์ — التنوير في مولد السراج المنير
  • อิบนุกะษีร — มีงานเกี่ยวกับเมาลิด
  • อัลอิรอกีย์ — المورد الهني في المولد السني
  • อิบนุลญะซะรี — التعريف بالمولد الشريف
  • อิบนุนาศิรุดดีน อัดดิมัชกีย์ — ผลงานเกี่ยวกับเมาลิด
  • อัสสุยูฏีย์ — حسن المقصد في عمل المولد

กระทรวงศาสนสมบัติแห่งอียิปต์ยังได้รวบรวมรายชื่อผลงานของนักวิชาการเหล่านี้ไว้ในบทความเกี่ยวกับประวัติการรำลึกถึงเมาลิด

การมีตำราเหล่านี้ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าทุกคนเห็นด้วยกับเมาลิด แต่แสดงให้เห็นว่า ประเด็นนี้มีการถกเถียงและศึกษาในหมู่นักวิชาการอย่างจริงจังมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ


8. แล้วมัซฮับทั้งสี่มีทัศนะอย่างไร?

คำกล่าวว่า

“มัซฮับทั้งสี่อนุญาตเมาลิด”

หรือ

“มัซฮับทั้งสี่ห้ามเมาลิด”

ต่างก็เป็นข้อความที่กว้างเกินไป หากไม่ได้ระบุชื่อและคำพูดของนักวิชาการแต่ละท่าน

เพราะ มัซฮับหนึ่ง ๆ ไม่ได้มีคำตอบเพียงคำตอบเดียวสำหรับนักวิชาการทุกยุคทุกสมัย

ในบรรดานักวิชาการของมัซฮับทั้งสี่พบทั้งผู้ที่มองว่าเมาลิดเป็นสิ่งที่อนุญาตหรือเป็นบิดอะฮ์ที่ดีภายใต้เงื่อนไข และผู้ที่มองว่าเป็นการกำหนดพิธีกรรมหรือเทศกาลใหม่ที่ไม่ควรกระทำ

ตัวอย่างเช่น ในสายชาฟิอียะฮ์มีนักวิชาการที่ถูกอ้างถึงในประเด็นนี้ ได้แก่ อิบนุฮะญัร อัลอัสกอลานีย์, อัสสุยูฏีย์, อิบนุลญะซะรี และอัสซุบกีย์ เป็นต้น

ในสายฮานาฟี มีการอ้างถึงนักวิชาการภายหลัง เช่น อิบนุอาบิดีน ที่กล่าวถึงการทำเมาลิดในหมวดบิดอะฮ์ที่ได้รับการยกย่องภายใต้บริบทที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ในสายมาลิกีและฮัมบะลีย์ก็มีนักวิชาการทั้งฝ่ายที่คัดค้านและฝ่ายที่มีการกล่าวถึงคุณค่าของการรำลึกและการรวมตัวเพื่อทำความดี

ดังนั้น วิธีนำเสนอที่แม่นยำกว่าคือ:

ไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ของนักวิชาการทุกคนในมัซฮับทั้งสี่เกี่ยวกับหุก่มการจัดเมาลิด แต่มีความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักวิชาการของแต่ละมัซฮับ

Dar al-Ifta แห่งอียิปต์เองก็รวบรวมทัศนะของนักวิชาการจำนวนมากที่เห็นว่าเมาลิดสามารถกระทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องอยู่ในกรอบของศาสนา


9. เมาลิดมีมาตั้งแต่สมัยท่านนบี ﷺ หรือไม่?

ไม่มีหลักฐานว่าท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ หรือบรรดาเศาะหาบะฮ์จัดงานเมาลิดประจำปีในรูปแบบที่รู้จักกันในเวลาต่อมา

แม้ฝ่ายที่อนุญาตเมาลิดก็ไม่ได้จำเป็นต้องปฏิเสธข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์นี้

ความแตกต่างอยู่ที่การตีความว่า:

ฝ่ายที่ไม่อนุญาต

มองว่าเมื่อท่านนบี ﷺ และเศาะหาบะฮ์มีเหตุให้สามารถทำได้ แต่ไม่ได้ทำ การกำหนดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นภายหลังจึงไม่ควรถือเป็นกิจกรรมทางศาสนา

ฝ่ายที่อนุญาต

มองว่าการจัดงานเมาลิดไม่จำเป็นต้องถือว่าเป็น “อิบาดะฮ์ชนิดใหม่” แต่เป็น รูปแบบการรวมตัว เพื่อทำการงานหลายอย่างที่แต่ละอย่างมีหลักฐานอยู่แล้ว เช่น การอ่านอัลกุรอาน การกล่าวศอละวาต การศึกษาเรื่องซีเราะฮ์ การให้อาหาร และการบริจาค

จึงเป็นความแตกต่างด้าน หลักอุศูลและวิธีจัดประเภทการกระทำ มากกว่าการปฏิเสธหะดีษหรือปฏิเสธความรักต่อท่านนบี ﷺ


10. วันที่ประสูติของท่านนบี ﷺ คือวันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลจริงหรือไม่?

อีกประเด็นหนึ่งที่ควรแยกออกจากเรื่องหุก่มเมาลิดคือ วันที่แน่นอนของการประสูติ

เป็นที่ทราบกันว่าท่านนบี ﷺ ประสูติในเดือน รอบีอุลเอาวัล และประสูติใน วันจันทร์

แต่วันที่แน่นอนของเดือนมีความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการ

วันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลเป็นทัศนะที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ไม่ใช่วันที่นักวิชาการทุกคนเห็นตรงกัน

Dar al-Ifta แห่งอียิปต์ระบุอย่างชัดเจนว่า วันที่ประสูติที่แน่นอนในปฏิทินฮิจเราะห์เป็นประเด็นที่มีความเห็นต่างกัน แม้วันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลจะเป็นทัศนะที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ดังนั้น ในบทความเชิงวิชาการควรใช้ถ้อยคำว่า

“วันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลเป็นวันที่มีชื่อเสียงและเป็นทัศนะที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่วันที่แน่นอนของการประสูติยังมีความเห็นต่างกันในหมู่นักวิชาการ”

แทนการกล่าวว่า

“ท่านนบี ﷺ ประสูติวันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลอย่างแน่นอน”


11. เมาลิดกับ “บิดอะฮ์” ต่างกันอย่างไร?

คำว่า บิดอะฮ์ (بدعة) เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้เกิดความเข้าใจแตกต่างกันมากที่สุด

ทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับหลักการว่าการนำสิ่งที่ขัดกับศาสนาเข้ามาในศาสนาเป็นสิ่งที่ถูกปฏิเสธ

แต่ความแตกต่างอยู่ที่ว่า การจัดเมาลิดประเภทใดเข้าข่ายบิดอะฮ์ในความหมายทางศาสนา

ฝ่ายที่คัดค้านมองว่า:

การกำหนดวันหรือฤดูกาลหนึ่งให้เป็นโอกาสทางศาสนาโดยเฉพาะ ทั้งที่ท่านนบี ﷺ และเศาะหาบะฮ์ไม่ได้กำหนด ถือเป็นบิดอะฮ์

ส่วนฝ่ายที่อนุญาตมองว่า:

ตัวกิจกรรมที่ทำในเมาลิด เช่น การอ่านอัลกุรอาน การศอละวาต การเรียนซีเราะฮ์ การให้อาหาร และการบริจาค ล้วนมีรากฐานจากศาสนาอยู่แล้ว การรวมกิจกรรมเหล่านี้ในโอกาสหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องเป็นบิดอะฮ์ที่ต้องห้าม หากไม่มีสิ่งขัดต่อชะรีอะฮ์

ดังนั้น การอภิปรายเรื่องนี้ควรพิจารณา ความหมายของบิดอะฮ์ตามหลักอุศูลของนักวิชาการแต่ละฝ่าย ไม่ใช่เพียงการใช้คำว่า “บิดอะฮ์” แล้วจบการสนทนา


12. ถ้าจัดเมาลิด สิ่งใดควรมีและสิ่งใดควรหลีกเลี่ยง?

แม้ในหมู่นักวิชาการที่อนุญาตเมาลิด ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกกิจกรรมในงานเมาลิดจะได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ

Dar al-Ifta แห่งอียิปต์ระบุในคำวินิจฉัยปี 2025 ว่าการจัดเมาลิดสามารถประกอบด้วยการอ่านอัลกุรอาน การศึกษาและเล่าซีเราะฮ์ การสรรเสริญท่านนบี ﷺ การกล่าวศอละวาต การดุอาอ์ และการจัดอาหาร โดยถือว่าเป็นกิจกรรมที่อยู่ในกรอบการงานที่ศาสนาอนุญาต

แนวทางที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ ได้แก่

  • อ่านอัลกุรอาน
  • ศึกษาชีวประวัติของท่านนบี ﷺ
  • ศึกษาคุณธรรมและซุนนะฮ์ของท่าน
  • กล่าวศอละวาต
  • กล่าวซิกรุลลอฮ์
  • บริจาคแก่ผู้ยากไร้
  • ให้อาหารแก่ผู้คน
  • สอนเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับซีเราะฮ์
  • ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกลับไปปฏิบัติตามซุนนะฮ์ในชีวิตประจำวัน

และควรหลีกเลี่ยง

  • การกล่าวสิ่งที่ไม่มีหลักฐานแล้วอ้างว่าเป็นคำสอนของท่านนบี ﷺ
  • การกล่าวเกินเลยเกี่ยวกับสถานะของท่านนบี ﷺ
  • การกระทำที่ขัดกับหลักศาสนา
  • การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยจนกลายเป็นภาระ
  • การทะเลาะวิวาทหรือดูหมิ่นมุสลิมที่เห็นต่าง
  • การนำความเห็นเรื่องเมาลิดมาใช้ตัดสินความศรัทธาของผู้อื่น

Dar al-Ifta ยังเน้นว่าการจัดเมาลิดควรอยู่ภายใต้ มารยาทและหลักคำสอนของอิสลาม และควรใช้โอกาสนี้เพื่อให้ผู้คนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ คุณธรรม และแนวทางของท่านนบี ﷺ


13. จุดร่วมที่สำคัญกว่าความขัดแย้ง

เมื่อพิจารณาความเห็นของนักวิชาการทั้งสองฝ่าย จะพบว่ามีจุดร่วมสำคัญหลายประการ

ทุกฝ่ายเห็นว่า

ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ เป็นแบบอย่างของมุสลิม

ทุกฝ่ายเห็นว่า

การรักท่านนบี ﷺ เป็นส่วนสำคัญของศรัทธา

ทุกฝ่ายเห็นว่า

การกล่าวเท็จหรือแต่งหะดีษขึ้นมาอ้างท่านนบี ﷺ เป็นสิ่งต้องห้าม

ทุกฝ่ายเห็นว่า

สิ่งที่ขัดกับหลักชะรีอะฮ์ไม่สามารถกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพียงเพราะนำไปทำในงานเมาลิด

และทุกฝ่ายเห็นว่า

ซุนนะฮ์ของท่านนบี ﷺ ควรถูกนำมาใช้ในชีวิตจริง

ดังนั้น ความแตกต่างเรื่องเมาลิดไม่ควรกลายเป็นเหตุให้มุสลิมเกลียดชัง ดูหมิ่น หรือกล่าวหากันเกินขอบเขต


14. หุก่มเมาลิด: สรุปความเห็นของทั้งสองฝ่าย

สามารถสรุปอย่างเป็นกลางได้ดังนี้

ประเด็นฝ่ายที่ไม่อนุญาตฝ่ายที่อนุญาต
ท่านนบี ﷺ จัดเมาลิดประจำปีหรือไม่ไม่พบหลักฐานยอมรับว่าไม่มีรูปแบบดังกล่าว
เศาะหาบะฮ์จัดเมาลิดหรือไม่ไม่พบหลักฐานยอมรับว่าไม่มีรูปแบบดังกล่าว
การกำหนดวันเฉพาะเป็นโอกาสทางศาสนาไม่อนุญาตอนุญาตภายใต้การตีความหลักทั่วไป
การอ่านซีเราะฮ์อนุญาตในตัวมันเอง แต่ไม่ควรกำหนดเป็นพิธีเมาลิดอนุญาต
การให้อาหารและบริจาคเป็นความดี แต่ไม่ควรกำหนดให้เป็นพิธีศาสนาเฉพาะเป็นความดีและสามารถทำในโอกาสเมาลิดได้
การกล่าวศอละวาตเป็นซุนนะฮ์เป็นซุนนะฮ์
การมีสิ่งต้องห้ามในงานห้ามห้าม

ตารางนี้สะท้อนว่า ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่การยอมรับความดีของการอ่านอัลกุรอาน การศอละวาต การบริจาค หรือการศึกษาเรื่องท่านนบี ﷺ แต่แตกต่างกันในเรื่อง “การกำหนดและจัดรวมสิ่งเหล่านี้เป็นโอกาสเมาลิดประจำปี”


15. แล้วมุสลิมควรวางตัวอย่างไรต่อเรื่องนี้?

ประเด็นเมาลิดเป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญหาฟิกฮ์ที่มีความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักวิชาการ

ผู้ที่เห็นว่า อนุญาต ก็ควรรักษาหลักการของศาสนา ไม่กล่าวเกินเลย และไม่ทำสิ่งต้องห้ามโดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของเมาลิด

ส่วนผู้ที่เห็นว่า ไม่อนุญาต ก็ควรนำเสนอหลักฐานด้วยความสุภาพ และไม่ดูหมิ่นผู้ที่ปฏิบัติตามทัศนะของนักวิชาการที่ตนเองไม่เลือก

เพราะเป้าหมายร่วมกันของทั้งสองฝ่ายคือ

การรักท่านเราะซูล ﷺ การเคารพซุนนะฮ์ และการแสวงหาความพอพระทัยของอัลลอฮ์

และบางทีคำถามที่สำคัญกว่าการถามว่า

“คุณทำเมาลิดหรือไม่?”

คือ

“หลังจากพูดถึงท่านนบี ﷺ แล้ว เรานำซุนนะฮ์ของท่านกลับไปใช้ในชีวิตมากขึ้นหรือไม่?”

หากการรำลึกถึงท่านนบี ﷺ ทำให้เราละหมาดดีขึ้น มีความเมตตามากขึ้น ซื่อสัตย์มากขึ้น ให้อภัยมากขึ้น รักคนยากจนมากขึ้น และปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่านมากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นจากการรักท่านเราะซูล ﷺ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมาลิดนบี ﷺ

เมาลิดนบีเป็นบิดอะฮ์หรือไม่?

มีความเห็นต่างกันในหมู่นักวิชาการ

ฝ่ายหนึ่งถือว่าการกำหนดเมาลิดเป็นโอกาสทางศาสนาประจำปีเป็นบิดอะฮ์ เพราะไม่มีแบบอย่างจากท่านนบี ﷺ และเศาะหาบะฮ์

อีกฝ่ายหนึ่งมองว่าการรวมตัวเพื่อทำความดีและรำลึกถึงท่านนบี ﷺ โดยไม่มีสิ่งต้องห้ามสามารถอยู่ในกรอบของสิ่งที่ศาสนาอนุญาต และนักวิชาการอย่างอัสสุยูฏีย์และอิบนุฮะญัรได้อธิบายแนวทางนี้ไว้


อิมามชาฟิอีอนุญาตการทำเมาลิดหรือไม่?

ไม่พบคำกล่าวโดยตรงจากอิมามชาฟิอี رحمه الله เกี่ยวกับการจัดเมาลิดในรูปแบบที่รู้จักกันภายหลัง

ดังนั้น ไม่ควรกล่าวว่า “อิมามชาฟิอีอนุญาตเมาลิด” โดยตรง

สิ่งที่ถูกต้องกว่าคือ นักวิชาการในสายชาฟิอียะฮ์ยุคหลังมีทั้งผู้ที่อนุญาตและผู้ที่มีเงื่อนไขหรือคัดค้าน


อิบนุตัยมียะฮ์อนุญาตเมาลิดหรือไม่?

โดยหลักแล้ว อิบนุตัยมียะฮ์ไม่ถือว่าการกำหนดเมาลิดเป็นเทศกาลทางศาสนาเป็นสิ่งที่ศาสนาบัญญัติ และระบุว่าการกำหนดฤดูกาลดังกล่าวเป็นสิ่งที่ชนรุ่นแรกไม่ได้ทำ

อย่างไรก็ตาม เขายังกล่าวถึงเจตนาที่ดีและความรักต่อท่านนบี ﷺ ของผู้ที่กระทำด้วย จึงไม่ควรสรุปคำพูดของเขาแบบตัดทอนเหลือเพียงประโยคเดียว


วันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลคือวันประสูติของท่านนบี ﷺ แน่นอนหรือไม่?

ไม่สามารถกล่าวว่าเป็นวันที่เห็นตรงกันทั้งหมด

วันที่ 12 รอบีอุลเอาวัลเป็นทัศนะที่มีชื่อเสียงอย่างมาก แต่วันที่แน่นอนของการประสูติมีความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักวิชาการและนักประวัติศาสตร์

สิ่งที่มีหลักฐานชัดเจนคือ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า ท่านเกิดในวันจันทร์


การให้อาหารในงานเมาลิดทำได้หรือไม่?

การให้อาหารและการทำทานเป็นการงานที่มีคุณค่าในอิสลามอยู่แล้ว

ความแตกต่างอยู่ที่ว่า ควรทำสิ่งดังกล่าวโดยถือว่าเป็นพิธีกรรมเฉพาะของเมาลิดหรือไม่

ฝ่ายที่อนุญาตเห็นว่าสามารถทำได้หากไม่มีสิ่งต้องห้าม ส่วนฝ่ายที่คัดค้านเห็นว่าการกำหนดให้เป็นกิจกรรมเฉพาะของเมาลิดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ


ถ้าไม่ทำเมาลิด แปลว่าไม่รักท่านนบี ﷺ หรือไม่?

ไม่ใช่

ผู้ที่ไม่ทำเมาลิดสามารถรักท่านนบี ﷺ อย่างลึกซึ้งผ่านการปฏิบัติตามซุนนะฮ์ การกล่าวศอละวาต การศึกษาอัคลากของท่าน และการดำเนินชีวิตตามคำสอนของท่าน

ในทางกลับกัน ผู้ที่ทำเมาลิดก็ควรทำให้การรำลึกถึงท่านนบี ﷺ นำไปสู่การปฏิบัติตามซุนนะฮ์ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมปีละครั้ง


บทสรุป

หุก่มการเฉลิมฉลองเมาลิดนบี ﷺ เป็นประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างกันในหมู่นักวิชาการมุสลิม

ฝ่ายที่ไม่อนุญาตให้จัดเมาลิดเป็นเทศกาลประจำปีอาศัยหลักฐานเรื่องการยึดมั่นในซุนนะฮ์และการไม่เพิ่มเทศกาลหรือพิธีกรรมทางศาสนาที่ไม่มีแบบอย่างจากท่านนบี ﷺ และเศาะหาบะฮ์ โดยอิบนุตัยมียะฮ์เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่มีทัศนะคัดค้านการกำหนดเมาลิดเป็นฤดูกาลทางศาสนา

ขณะที่ฝ่ายที่อนุญาต เช่น แนวทางที่อธิบายโดยอัสสุยูฏีย์และอิบนุฮะญัร มองว่าหากการรวมตัวเพื่อเมาลิดประกอบด้วยการงานที่ศาสนาอนุญาต เช่น การอ่านอัลกุรอาน การศึกษาเรื่องราวของท่านนบี ﷺ การกล่าวศอละวาต การให้อาหาร และการบริจาค โดยไม่มีสิ่งต้องห้าม ก็สามารถพิจารณาว่าเป็นการงานที่ดีได้

Dar al-Ifta แห่งอียิปต์ยังคงมีจุดยืนสนับสนุนการจัดเมาลิดภายใต้กรอบดังกล่าว และในคำวินิจฉัยที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2025 ระบุว่าการจัดเมาลิดด้วยการงานที่เป็นความดี เช่น การอ่านอัลกุรอาน การศึกษาเรื่องซีเราะฮ์ การสรรเสริญท่านนบี ﷺ การกล่าวศอละวาต การดุอาอ์ และการให้อาหาร เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้

ดังนั้น การนำเสนอประเด็นนี้อย่างเป็นธรรมควรยอมรับว่า

เมาลิดเป็นประเด็นที่มีความเห็นต่างทางวิชาการ ไม่ใช่เรื่องที่ควรนำเสนอราวกับว่ามีฉันทามติของนักวิชาการทั้งหมดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

และไม่ว่ามุสลิมจะเลือกทัศนะใด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความรักต่อท่านเราะซูล ﷺ ต้องสะท้อนออกมาในชีวิตจริง ผ่านการยึดมั่นในซุนนะฮ์ คุณธรรม ความเมตตา ความยุติธรรม และการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของท่าน

اللهم صل وسلم وبارك على سيدنا محمد وعلى آله وصحبه أجمعين

ขออัลลอฮ์ทรงเพิ่มพูนความรักของเราที่มีต่อท่านเราะซูล ﷺ และทรงให้ความรักนั้นนำเราไปสู่การปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่านอย่างแท้จริง


แหล่งข้อมูลสำคัญ

  1. Sahih Muslim 1162 — หะดีษเรื่องการถือศีลอดวันจันทร์และคำกล่าวว่า “ในวันนั้นฉันถือกำเนิด”
  2. Sahih al-Bukhari 2697 / Sahih Muslim 1718 — หะดีษ “ผู้ใดนำสิ่งใหม่เข้ามาในกิจการของเรา…”
  3. อัสสุยูฏีย์ — حسن المقصد في عمل المولد — อภิปรายหลักการและรูปแบบการทำเมาลิด
  4. อิบนุตัยมียะฮ์ — مجموع الفتاوى 25/298 — ทัศนะเกี่ยวกับการกำหนดฤดูกาลและคืนเมาลิด
  5. Dar al-Ifta Egypt — คำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดเมาลิดและวิธีการจัดงาน
  6. Dar al-Ifta Egypt — ประเด็นวันที่ประสูติ — อธิบายความแตกต่างของวันที่ประสูติในรอบีอุลเอาวัล
  7. กระทรวงศาสนสมบัติแห่งอียิปต์ — ข้อมูลประวัติผลงานของนักวิชาการเกี่ยวกับเมาลิด

ผู้เขียน: สมาน เลาะ
เว็บไซต์: samanloh.com

ที่มา:

[1] ที่มา : “البيان لأخطاء بعض الكتاب” (268-270)แปล / อิสลามตามแบบฉบับ

[2] إعانة الطالبين เล่มที่ 3 หน้า 364

[3] اقتضاء الصراط หน้า 295, หน้า 297

[4] https://www.cairo24.com/1874121

Similar Posts

ใส่ความเห็น